<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โคขุน &ndash; ตลาดโค.com (www.taradko.com) คือตลาดนัดออนไลน์ ซื้อ – ขาย แลกเปลี่ยน ประมูล โค กระบือ ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย</title>
	<atom:link href="https://taradko.com/category/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%82%E0%B8%B8%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://taradko.com/category/โคขุน/</link>
	<description>ตลาดนัดออนไลน์ ซื้อ – ขาย แลกเปลี่ยน ประมูล โค กระบือ ออนไลน์ ตลอด 24 ชั่วโมง แห่งแรกในประเทศไทย</description>
	<lastBuildDate>Sat, 17 Dec 2022 11:37:28 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.2.2</generator>
	<item>
		<title>การเคี้ยวเอื้อง (Ruminating)</title>
		<link>https://taradko.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%87-ruminating/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 17 Dec 2022 11:23:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเลี้ยงโคขุน]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[โคขุน]]></category>
		<category><![CDATA[การเคี้ยวเอื้อง (ruminating)]]></category>
		<category><![CDATA[ผ้าขี้ริ้ว]]></category>
		<category><![CDATA[สามสิบกลีบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://taradko.com/?p=38098</guid>

					<description><![CDATA[<p>ส่วนหนึ่งในกลไกการย่อยอาหารของสัตว์เคี้ยวเอื้องนั่นเอง สัตว์กลุ่ม Ruminant หรือสัตว์เคี้ยวเอื้องเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://taradko.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%87-ruminating/">การเคี้ยวเอื้อง (Ruminating)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://taradko.com">ตลาดโค.com (www.taradko.com) คือตลาดนัดออนไลน์ ซื้อ – ขาย แลกเปลี่ยน ประมูล โค กระบือ ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h2 class="wp-block-heading">การเคี้ยวเอื้อง (Ruminating)</h2>



<p>เคี้ยวเอื้องเป็นคำที่หลายคนมักคุ้นหูและเคยได้ยินกันมาบ้างว่า “มัวแต่เคี้ยวเอื้องเดี๋ยวไม่ทันกิน” ทำให้หลายคนก็คงแอบสงสัยว่าเคี้ยวเอื้องคือการเคี้ยวอย่างไร ใช่การกินอาหารช้าหรือไม่ แท้จริงแล้วการเคี้ยวเอื้องนั้นไม่ใช่การเคี้ยวช้า ๆ แต่อย่างใด การเคี้ยวเอื้องนั้นก็คือส่วนหนึ่งในกลไกการย่อยอาหารของสัตว์เคี้ยวเอื้องนั่นเอง สัตว์กลุ่ม Ruminant หรือสัตว์เคี้ยวเอื้องเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมในอันดับ Artiodactyla และเป็นสัตว์ที่กินพืชที่มีระบบทางเดินอาหารซับซ้อนกว่าสัตว์กระเพาะเดี่ยว โดยเฉพาะส่วนของกระเพาะอาหารที่มีการพัฒนาให้มีขนาดใหญ่และแบ่งออกเป็น 4 ส่วนการย่อยอาหารจะเริ่มเคี้ยวแบบหยาบ ๆ แล้วส่งไปย่อยอาหารให้นุ่มก่อนในกระเพาะอาหารส่วนแรก ซึ่งเกิดจากการทำปฏิกิริยาของแบคทีเรียเป็นหลัก จากนั้นจึงสำรอกเอาอาหารที่ย่อยแล้วครึ่งหนึ่งออกมา เรียกว่า เอื้อง (cud) แล้วค่อย ๆ เคี้ยวอีกครั้ง</p>



<p>กระบวนการเคี้ยวเอื้องอีกครั้งนี้มีเพื่อย่อยสลายสารที่มีอยู่ในพืชและกระตุ้นการย่อยอาหาร เรียกว่า<strong> “การเคี้ยวเอื้อง” (ruminating) </strong>สัตว์กลุ่มที่พบกระบวนการดังกล่าวนี้จึงถูกเรียกว่าสัตว์เคี้ยวเอื้อง โดยพบว่าโคใช้เวลาในการเคี้ยวเอื้อง 1 ใน 3 ของวัน หรือใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อที่จะทำการเคี้ยวเอื้องให้อาหารมีขนาดเล็กลง ส่วนสัตว์กินพืชทั่วไปเช่น หมู กระต่าย จะมีกระเพาะเดี่ยวเช่นเดียวกับคน ซึ่งจะมีการเคี้ยวอาหารจนละเอียดแล้วส่งต่อไปยังกระเพาะมีเพียงเอนไซม์ที่ใช้ในการย่อยอาหารเท่านั้น</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>กระเพาะอาหารของสัตว์เคี้ยวเอื้องถูกแบ่งออกเป็น 4 ส่วนดังนี้</strong></h4>



<p><strong>รูเมน (Rumen) หรือ กระเพาะผ้าขี้ริ้ว </strong><br>ลักษณะมีขนาดใหญ่ผนังภายในมีลักษณะเป็นตุ่มขนเล็ก ๆ ทำหน้าที่คลุกเคล้าอาหารถ่ายเทอาหารไปมากับส่วนเรติคิวลัม และมีจุลินทรีย์ที่ช่วยในการย่อยเซลลูโลสให้เป็นกลูโคส (Glucose) ที่ไม่พบในคน</p>



<p><strong>เรติคิวลัม (Reticulum) หรือ กระเพาะรังผึ้ง </strong><br>ลักษณะผนังด้านในคล้ายรังผึ้ง อยู่ระหว่างหลอดอาหารและรูเมนทำหน้าที่สำรอกเอาหญ้าที่ย่อยมาแล้วออกมาสู่ปากเพื่อเคี้ยวให้เส้นใยฉีกขาดอีกครั้ง เรียกว่า“เคี้ยวเอื้อง”และส่งอาหารที่ถูกย่อยแล้วไปยังกระเพาะสามสิบกลีบต่อไป</p>



<p><strong>โอมาซัม (Omasum) หรือ กระเพาะสามสิบกลีบ</strong><br>ลักษณะภายในมีลักษณะเป็นแผ่นซ้อน ทับกันทำหน้าที่กล้ามเนื้อของกระเพาะจะบีบตัวทำหน้าที่ในการบดผสมและบีบน้ำออกจากอาหารและนำอาหารเคลื่อนไปสู่กระเพาะส่วนอะโบมาซัม</p>



<p>อะโบมาซัม (Abomasum) หรือ กระเพาะแท้เป็นกระเพาะแท้จริง มีผนังด้านในมีต่อมมีท่อใช้ในการผลิตน้ำย่อยทำหน้าที่เหมือนกับกระเพาะอาหารของสัตว์กระเพาะเดี่ยว คือ หลั่งน้ำย่อยหลายชนิดเพื่อย่อยโปรตีนจากอาหารและย่อยจุลินทรีย์จากกระเพาะอาหารตอนต้น</p>



<p>หลังจากผ่านระบบย่อยอาหารของกระเพาะทั้ง 4 ส่วนแล้วนั้น อาหารที่ย่อยแล้วจะถูกย่อยครั้งสุดท้ายแล้วจะแพร่เข้าสู่กระแสเลือดผ่านลำไส้เล็ก และถูกส่งต่อไปยังลำไส้ใหญ่ สุดท้ายจะถูกขับถ่ายออกผ่านทวารหนัก สัตว์เคี้ยวเอื้องที่มีระบบการย่อยอาหารข้างต้นที่มีกลไกหลายขั้นตอนนี้ทำให้ถูกแบ่งออกจากสัตว์กินพืชอื่นๆ ที่มีกระเพาะเดี่ยว และเรียกอีกชื่อว่า สัตว์สี่กระเพาะ ได้แก่ วัว ควาย แพะ แกะ กวาง เป็นต้น</p>



<p class="has-light-gray-color has-text-color has-small-font-size"><em>ขอบคุณข้อมูลจาก <a href="https://www.facebook.com/praewafarmlampaobeef?__cft__[0]=AZU1hh_UtSXPmfhO_XoOcsw-Bj2acHd7lGjiB25AWpgI-6XpAjsRHb_pWCqOm4N9BHpixrlKgFUBMyL1vRoNS7dNgk-6TEVT-hA7qSfb_9lSx3XayPjlpqDZcmatlsR0Wl-gZadCUHb-NHCmhI6SSU8zfn7x75UZM0xq3juyeDdDLnK9pxLmoF8qgj-wW9rTYaQ6kRc8178-dZCTZEbJ_u-v&amp;__tn__=-UC*F">บจก.แพรวาฟาร์มลำปาวบีฟ</a></em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://taradko.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%87-ruminating/">การเคี้ยวเอื้อง (Ruminating)</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://taradko.com">ตลาดโค.com (www.taradko.com) คือตลาดนัดออนไลน์ ซื้อ – ขาย แลกเปลี่ยน ประมูล โค กระบือ ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การหย่านมลูกโค</title>
		<link>https://taradko.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%84/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Jun 2019 08:01:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเลี้ยงโคขุน]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[โคขุน]]></category>
		<category><![CDATA[การหย่านมลูกโค]]></category>
		<category><![CDATA[ลูกโค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://taradko.com/?p=36492</guid>

					<description><![CDATA[<p>ควรหย่านมลูกโคที่อายุประมาณ 6 เดือนครึ่งถึง 7 เดือน แต่ทั้งนี้ให้คำนึงถึง สุขภาพของลูกโคและแม่โคด้วย เมื่อหย่านมลูกโคที่อายุประมาณ 200 วัน ควรได้น้ำหนักหย่านมเฉลี่ย 180 กก.</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://taradko.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%84/">การหย่านมลูกโค</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://taradko.com">ตลาดโค.com (www.taradko.com) คือตลาดนัดออนไลน์ ซื้อ – ขาย แลกเปลี่ยน ประมูล โค กระบือ ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3>การหย่านมลูกโค</h3>
<p>เกษตรกรโดยทั่วไปมักปล่อยให้ลูกโคอยู่กับแม่จนโตจนกระทั่งแม่โคคลอดลูกตัวใหม่ ซึ่งจะมีผลเสียทำ ให้แม่โคขณะอุ้มท้องใกล้คลอดมีสุขภาพไม่สมบูรณ์ เพราะต้องกินอาหารเพื่อเลี้ยงทั้งลูกโคที่กำลังอยู่ในท้องและ ลูกโคตัวเดิมอีกด้วย</p>
<blockquote><p>ดังนั้นจึงควรหย่านมลูกโคที่อายุประมาณ 6 เดือนครึ่งถึง 7 เดือน แต่ทั้งนี้ให้คำนึงถึง สุขภาพของลูกโคและแม่โคด้วย เมื่อหย่านมลูกโคที่อายุประมาณ 200 วัน ควรได้น้ำหนักหย่านมเฉลี่ย 180 กก. โดยปกติหากหย่านมลูกโคเร็วเท่าใดก็จะทำให้แม่โคมีโอกาสฟื้นฟูสุขภาพเร็วเท่านั้น ลูกโคที่โตเร็วก็ สามารถหย่านมได้เมื่ออายุประมาณ 5 เดือน จะมีผลให้แม่โคสุขภาพไม่ทรุดโทรมมากนัก หากแม่โคผอมมากไม่สามารถเลี้ยงลูกได้ต่อไปควรหย่านมก่อนกำหนดได้ ลูกโคที่ขนหยอง แสดงว่า แม่มีนมไม่พอเลี้ยงลูก ควรรีบแยกหย่านมนำมาเลี้ยงดูต่างหาก</p></blockquote>
<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-36495 aligncenter" src="https://taradko.com/wp-content/uploads/2019/06/321.jpg" alt="" width="960" height="640" srcset="https://taradko.com/wp-content/uploads/2019/06/321.jpg 960w, https://taradko.com/wp-content/uploads/2019/06/321-300x200.jpg 300w, https://taradko.com/wp-content/uploads/2019/06/321-768x512.jpg 768w, https://taradko.com/wp-content/uploads/2019/06/321-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<p>การหย่านมลูกโคที่อายุต่ำกว่า 5 สัปดาห์ จะต้องให้อาหารนมหรืออาหารแทนนมแบบเดียวกับการเลี้ยงลูกโคนม ควรให้ลูกโคกินอาหารหยาบพวกหญ้า ไม่เกิน 15% วัตถุแห้งของอาหารลูกโค ถ้ามากกว่านี้จะทำให้ประสิทธิภาพการใช้อาหารข้นลดลงเพราะจะไป แย่งเนื้อที่ในกระเพาะ ปริมาณอาหารข้นไม่ควรต่ำกว่า 50% แต่ควรเป็น 85% วัตถุแห้ง ถ้าจำเป็นที่ต้องให้ปลา หรือเนื้อป่นในอาหารเพื่อเป็นแหล่งโปรตีนก็ควรจะรอให้ลูกโคกินอาหารเก่งเสียก่อนจึงค่อยผสมในอาหาร เพราะจะไปลดความน่ากิน การเลี้ยงลูกโคขนาดเล็กดังกล่าวต้องใช้อาหารคุณภาพดีซึ่งมีราคาค่อนข้างแพง ดังนั้นหากไม่จำเป็นก็ไม่ควรหย่านมลูกโคเร็วเกินไป</p>
<p>ลูกโคที่ยังไม่สมบูรณ์แข็งแรงอาจหย่านมช้าลง โดยให้อยู่กับแม่ไปจนถึงอายุ 8 เดือน แต่ก็จะทำให้แม่ โคมีสุขภาพทรุดโทรมมาก มีผลทำให้เมื่อคลอดลูกตัวใหม่แล้วจะกลับเป็นสัดช้าลง ระยะเวลาในการให้ลูกตัว ต่อๆไปจะห่างขึ้น</p>
<blockquote><p>ในฝูงปรับปรุงพันธุ์ของกรมปศุสัตว์จะหย่านมที่ลูกโคอายุประมาณ 200 วัน แต่เพื่อความสะดวกในการ จัดการจะไม่หย่านมเมื่อลูกโคอายุ 200 วันทุกตัว แต่จะหย่านมลูกโคทุกตัวที่มีอายุ 200 ± 22.5 วันหรือที่อายุ ห่างจาก 200 วันเท่ากับ 22 วัน โดยลูกโคที่แยกหย่านมกลุ่มนี้จะมีอายุห่างกันไม่เกิน 45 วัน(age slicing = 45 วัน) ซึ่งในทางสถิติถือว่าลูกโคอยู่ในกลุ่มเดียวกัน(contemporary group) สามารถนำน้ำหนักหย่านมมา เปรียบเทียบกันได้ โดยจะหย่าเมื่อหลังจากลูกโคที่คลอดตัวแรกมีอายุแล้ว 22.5 (หรือ 23 วัน) ลูกโคที่จะต้องถูก แยกหย่านมแม่ได้แก่ลูกโคที่คลอดตัวแรกซึ่งมีอายุ 223 วัน(ได้แก่ 200 + 23 วัน)ไปจนถึงลูกโคที่มีอายุอายุน้อย ที่สุด 177.5 วัน (200 – 22.5 วัน) หรือ 178 วัน ลูกโครุ่นต่อไปจะหย่านมหลังจากหย่านมครั้งแรก 45 วัน</p></blockquote>
<p>ก่อนหย่านมควรให้ลูกโคได้มีโอกาสกินหญ้าในแปลงที่มีคุณภาพดีในขณะที่แม่โคได้กินหญ้าคุณภาพต่ำ กว่า แต่ลูกโคสามารถมาหาแม่ได้ตามที่ต้องการ ช่องลอดระหว่างแปลงห่างประมาณ 40-45 ซม. เมื่อหย่านมควรแน่ใจว่ามีอาหารให้ลูกโคกินอย่างเพียงพอ ถ้ายังไม่พร้อมก็ยังไม่ควรหย่านม ระยะหย่านมและหลังหย่านมควรมีอาหารคุณภาพดีให้ลูกโคกินอย่างเพียงพอ</p>
<p>หย่านมโดยแยกลูกโคจากแม่นำไปขังในคอกที่แข็งแรง ควรให้แม่โคอยู่ในแปลงหญ้าหรือคอกที่มีรั้วกั้น ที่มั่นคงซึ่งอยู่ใกล้กันเป็นเวลา 3-5 วัน เพราะหากให้ไปอยู่ไกลแม่โคส่วนหนึ่งจะแหกรั้วหรือคอกมาหาลูก หลังจาก 3-5 วันแม่โคจะเริ่มยอมรับสภาพและค่อยๆห่างไปจนสามารถต้อนไปแปลงหรือคอกที่ห่างไกลได้</p>
<p>ขังลูกไว้ในคอกประมาณ 7-10 วันโดยให้กินอาหารข้นและอาหารหยาบอย่างเต็มที่ คอกลูกโคหย่านม จะต้องอยู่ห่างจากคอกแม่พันธุ์ ระยะนี้เป็นการฝึกให้ลูกโคคุ้นเคยกับการให้อาหาร แร่ธาตุ การเข้าคอกคัด การ พ่นเห็บหรือซองต่างๆ การไล่ต้อน ซึ่งจะมีความสำคัญในการให้ประสบการณ์แก่โคไปตลอด ที่สำคัญก็คือ ควร เลี้ยงในแปลงหญ้าหรือคอกที่มีความมั่นคงแข็งแรงไม่ให้ลูกโคหนีได้ หากลูกโคสามารถหนีได้จะติดนิสัยไป ตลอด</p>
<p>ในฟาร์มที่เลี้ยงลูกโคขาย การที่จะได้กำไรมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนลูกโคที่หย่านมได้ในแต่ละปี ลูกโคที่หย่านมในฝูงจะน้อยหรือมากขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆตามตารางที่ 5 ดังนั้นการจัดการเลี้ยงดูตามขั้นตอน ตามที่ได้กล่าวมาข้างต้นจึงมีผลต่อการผลิตลูกโคหย่านมมาก</p>
<blockquote><p><strong>ขอบคุณที่มาข้อมูล</strong> http://www.thailivestock.com/</p></blockquote>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://taradko.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%84/">การหย่านมลูกโค</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://taradko.com">ตลาดโค.com (www.taradko.com) คือตลาดนัดออนไลน์ ซื้อ – ขาย แลกเปลี่ยน ประมูล โค กระบือ ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำไม “เนื้อวัวออสเตรเรีย” เป็นที่กล่าวขานในคุณภาพ</title>
		<link>https://taradko.com/last-news/%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 31 Jul 2018 05:43:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเลี้ยงโคขุน]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวตลาดโค]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[โคขุน]]></category>
		<category><![CDATA[วัวอออสเตรเลี่ยน]]></category>
		<category><![CDATA[เนื้อวัวออสเตรเรีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://taradko.com/?p=36389</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัวเนื้อออสเตรเลีย เหตุใดเนื้อวัวออสเตรเลียจึงมีชื่อเสียงเรื่องคุณภาพ ออสเตรเลียทำได้แม้กระทั่งควบคุมการเลี้ยงวัวเพื่อให้เนื้อที่มีความนุ่มตามระดับที่ต้องการในบรรดาเนื้อสัตว์ชนิด ‘เนื้อแดง’ เนื้อวัว ซึ่งได้ชื่อว่านำเข้าจากประเทศ ออสเตรเลีย ต่างได้รับการยกย่อง ยอมรับในคุณภาพและรสชาติจากบรรดานักชิม </p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://taradko.com/last-news/%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2/">ทำไม “เนื้อวัวออสเตรเรีย” เป็นที่กล่าวขานในคุณภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://taradko.com">ตลาดโค.com (www.taradko.com) คือตลาดนัดออนไลน์ ซื้อ – ขาย แลกเปลี่ยน ประมูล โค กระบือ ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h2 class="wp-block-heading"><strong>วัวเนื้อออสเตรเลีย</strong></h2>



<p>เหตุใดเนื้อวัวออสเตรเลียจึงมีชื่อเสียงเรื่องคุณภาพ ออสเตรเลียทำได้แม้กระทั่งควบคุมการเลี้ยงวัวเพื่อให้เนื้อที่มีความนุ่มตามระดับที่ต้องการในบรรดาเนื้อสัตว์ชนิด <strong>‘เนื้อแดง’</strong> เนื้อวัว ซึ่งได้ชื่อว่านำเข้าจากประเทศ ออสเตรเลีย ต่างได้รับการยกย่อง ยอมรับในคุณภาพและรสชาติจากบรรดานักชิม โดยเฉพาะพ่อครัวในร้านอาหาร ภัตตาคาร ไปจนถึงเชฟระดับดาวมิชลิน ต่างก็นิยมเลือกใช้เนื้อจากประเทศออสเตรเลียเป็นอันดับต้นๆ แค่เพียงเมนูอาหารที่ระบุว่า ‘เนื้อออสเตรเลีย’ ก็ทำให้ลูกค้ามั่นใจว่าได้รับประทานเนื้อคุณภาพดี ปัจจุบัน เนื้อวัวออสเตรเลียเป็นที่จับจองของตลาดทั่วโลกกว่า 100 ประเทศ มีปัจจัยและความพยายามมากมายที่ทำให้เนื้อวัวออสเตรเลียเป็นที่กล่าวขานในคุณภาพ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" src="https://taradko.com/wp-content/uploads/2018/07/เนื้อวัวออสเตรเลีย-819x1024.png" alt="" class="wp-image-37740" width="614" height="768" srcset="https://taradko.com/wp-content/uploads/2018/07/เนื้อวัวออสเตรเลีย-819x1024.png 819w, https://taradko.com/wp-content/uploads/2018/07/เนื้อวัวออสเตรเลีย-240x300.png 240w, https://taradko.com/wp-content/uploads/2018/07/เนื้อวัวออสเตรเลีย-768x960.png 768w, https://taradko.com/wp-content/uploads/2018/07/เนื้อวัวออสเตรเลีย-1229x1536.png 1229w, https://taradko.com/wp-content/uploads/2018/07/เนื้อวัวออสเตรเลีย-600x750.png 600w, https://taradko.com/wp-content/uploads/2018/07/เนื้อวัวออสเตรเลีย.png 1440w" sizes="(max-width: 614px) 100vw, 614px" /></figure></div>



<p>อุตสาหกรรมปศุสัตว์ในออสเตรเลีย มุ่งมั่นดำเนินการในเรื่องความปลอดภัยของอาหาร ความซื่อสัตย์ สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น และคุณภาพของเนื้อสัตว์ที่ตอบสนองความต้องการผู้บริโภคทั่วโลก มร.แบรี่ ลอยด์ (Barry Lloyd) Master Butcher หรือผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านเนื้อสดในประเทศออสเตรเลีย (Dip.TT, Cert.M.I., B.Ed. Australian Meat Industry – Domestic &amp; Export) กล่าวไว้ในช่วงหนึ่งของการบรรยายเรื่อง ‘หลักสูตรการปรุงอาหารจากเนื้อวัวและเนื้อแกะออสเตรเลีย’ ซึ่งจัดโดย หน่วยงานส่งเสริมผลิตภัณฑ์เนื้อสดของรัฐบาลออสเตรเลีย (Meat &amp; Livestock Australia – MLA) ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อให้ได้คุณภาพเนื้อวัวที่เยี่ยมยอด รัฐบาลออสเตรเลียตั้งหน่วยงานศึกษาและพัฒนาตั้งแต่สายพันธุ์วัว เนื้อวัวจากสายพันธุ์ซึ่งเป็นที่ต้องการกันมากและเป็นที่เลื่องลือคือ Australian Black Angus วัวตัวโต ขนสีดำเป็นมันเงา เป็นวัวที่ให้เนื้อนุ่มเป็นพิเศษ ความนุ่มมาพร้อมกับความเยี่ยมยอดทั้งเนื้อสัมผัส กลิ่นหอม สีของเนื้อ และสีของไขมันซึ่งแทรกอยู่ในเนื้อ สุดยอดแห่งการนำไปทำสเต๊ก การเลี้ยงวัวเพื่อส่งออกของออสเตรเลีย มีวิธีการเลี้ยง 2 แบบ คือ เลี้ยงด้วยหญ้า (Pasture Fed Beef) และ เลี้ยงด้วยธัญพืช (Feedlot Fed Beef) ซึ่งเนื้อวัวที่ได้จะมีความแตกต่างกัน</p>



<figure class="wp-block-gallery columns-2 is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" width="1024" height="592" src="https://taradko.com/wp-content/uploads/2018/07/Grass-Fed-Beef-1024x592.jpg" alt="" data-id="37742" data-full-url="https://taradko.com/wp-content/uploads/2018/07/Grass-Fed-Beef.jpg" data-link="https://taradko.com/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3/%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2/attachment/cattle-grazing-14/" class="wp-image-37742" srcset="https://taradko.com/wp-content/uploads/2018/07/Grass-Fed-Beef-1024x592.jpg 1024w, https://taradko.com/wp-content/uploads/2018/07/Grass-Fed-Beef-300x173.jpg 300w, https://taradko.com/wp-content/uploads/2018/07/Grass-Fed-Beef-768x444.jpg 768w, https://taradko.com/wp-content/uploads/2018/07/Grass-Fed-Beef-600x347.jpg 600w, https://taradko.com/wp-content/uploads/2018/07/Grass-Fed-Beef.jpg 1347w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption class="blocks-gallery-item__caption">Grass Fed Beef</figcaption></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" width="275" height="183" src="https://taradko.com/wp-content/uploads/2018/07/Feedlot-Fed-Beef.jpeg" alt="" data-id="37741" data-full-url="https://taradko.com/wp-content/uploads/2018/07/Feedlot-Fed-Beef.jpeg" data-link="https://taradko.com/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3/%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2/attachment/feedlot-fed-beef/" class="wp-image-37741"/><figcaption class="blocks-gallery-item__caption">Feedlot Fed Beef</figcaption></figure></li></ul></figure>



<p>การเลี้ยงวัวส่วนใหญ่ในออสเตรเลียยังคงเป็นการ ‘เลี้ยงด้วยหญ้า’ หรือการเลี้ยงวัวแบบปล่อยในทุ่งหญ้า ปล่อยให้วัวเดินกินหญ้าไปเรื่อยๆ ในบริเวณฟาร์มซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางอย่างที่ใครเคยไปออสเตรเลียก็มักจะเห็นเนินทุ่งหญ้าสีเขียวสูงต่ำสุดลูกหูลูกตาสองข้างทางที่รถวิ่งผ่านระหว่างเมืองใหญ่ ด้วยลักษณะอากาศและภูมิประเทศที่แตกต่างกันของออสเตรเลีย ทำให้ฟาร์มประเภทนี้แต่ละแห่งสามารถผลิตเนื้อวัวที่มีคุณภาพเฉพาะของตัวเอง แต่ส่วนที่เหมือนกันคือ เนื้อวัวที่ผ่านการเลี้ยงด้วยหญ้า หรือ <strong>Grassfed Beef</strong> จะมีไขมันน้อย เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคส่วนใหญ่เพราะมองว่าดีต่อสุขภาพและไขมันต่ำ<br>วัวที่กินหญ้ายังดูดซับสารสี (pigment) จากหญ้าที่เรียกว่า แคโรทีน (carotene) ซึ่งจะทำให้ไขมันที่พอจะมีแทรกอยู่ในเนื้อเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อนๆ และยิ่งทำให้รสชาติเนื้อดียิ่งขึ้น เนื้อวัวชนิดนี้ได้รับความนิยมมานานในอุตสาหกรรมโรงแรมและภัตตาคาร</p>



<h3 class="wp-block-heading">เรื่องอาหารสัตว์</h3>



<p>ออสเตรเรียใช้หญ้าเป็นอาหารหลักในการเลี้ยงวัวบราห์มัน หญ้าที่ใช้ก็มี หญ้าบัลฟเฟิ้ลแคระ หญ้ากรีแพนนิคและหญ้าโรส ซึ่งมีในประเทศไทยทั้งหมด แต่หญ้าบลัฟเฟิ้ลจะเป็นหญ้าบัฟเฟิ้ลแคระ เพื่อที่จะเป็น Standing hay หรือหญ้าแห้งยืนต้นไว้สำหรับวัวกินในหน้าแล้ง โดยไม่ต้องอัดเข้าเก็บในโรงเรือน ส่วนเมืองไทย หญ้าชนิดนี้ไม่เหมาะสมเพราะผลผลิตต่อไร่ต่ำมากเมืองไทยเรามีพื้นที่น้อย ต้องใช้พืชอาหารสัตว์ที่มีผลผลิตต่อไร่สูงๆๆ ค่ะ ต้องปลูกให้เหมาะกับบ้านเมืองของเราด้วยค่ะ หญ้าหมักเขาจะหมักเป็นก้อนใส่ในถุงพลาสติก แบบใส้กรอกเลย แล้วทิ้งหมักไว้ในไร่เวลากินก็กรีดถุงออก ส่วนตระกูลถั่วก็มีและก็ต้นถั่ว มาฮาต้า ถั่วสไตโล และที่พบมากเป็น เซอราโต้ค่ะ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" src="https://taradko.com/wp-content/uploads/2018/07/Standing-hay.jpg" alt="" class="wp-image-37747" width="720" height="480" srcset="https://taradko.com/wp-content/uploads/2018/07/Standing-hay.jpg 960w, https://taradko.com/wp-content/uploads/2018/07/Standing-hay-300x200.jpg 300w, https://taradko.com/wp-content/uploads/2018/07/Standing-hay-768x512.jpg 768w, https://taradko.com/wp-content/uploads/2018/07/Standing-hay-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /><figcaption>Hay Bale in Field</figcaption></figure></div>



<p>ในขณะที่การเลี้ยงวัวแบบ <strong>‘เลี้ยงด้วยธัญพืช’</strong> พัฒนามาจากวัวที่ถูกกำหนดจำนวนวันของการเลี้ยงให้น้อยที่สุด แต่ต้องได้สารอาหารสมดุล และสุขภาพดีแข็งแรงสมบูรณ์ ด้วยรูปแบบการเลี้ยงลักษณะนี้ทำให้เนื้อวัวที่เลี้ยงด้วยธัญพืช หรือ Grainfed Beef มีลักษณะเฉพาะตามต้องการที่แน่นอน คือมีระดับไขมันแทรกอยู่ในกล้ามเนื้อเหมือนลายหินอ่อน (Marbling) อย่างที่เรียกว่า มาร์เบิล สกอร์ (Marble Score) ได้ตามปริมาณที่ต้องการ เนื้อประเภทนี้จึงมีความนุ่มชนิดแทบละลายในปาก ชุ่มน้ำ (juicy) และรสชาติดี ซึ่งไขมันลายหินอ่อนนี้จัดว่าเป็น monounsaturated fat หรือไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ไม่ส่งผลร้ายต่อผู้บริโภค เว็บไซต์ tuvayanon.net ระบุว่ามีประโยชน์ต่อนักเพาะกาย แต่ไม่ว่าฟาร์มนั้นจะเลี้ยงด้วยหญ้าหรือธัญพืช มร.แบรี่ บอกว่า ฟาร์มเลี้ยงวัวในออสเตรเลียล้วนผ่านการตรวจสอบและควบคุมมาตรฐานให้เป็น ฟาร์มที่สะอาด ปราศจากสารเคมี ที่สำคัญเป็นฟาร์มที่ ปลอดจาก FMD (Foot &amp; Mouth Disease) หรือโรคเท้าเปื่อยปากเปื่อยในสัตว์ และ ปลอดจาก BSE (Bovine Spongiform Encephalopathy) โรควัวบ้าที่เกิดในยุโรปและญี่ปุ่น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" src="https://taradko.com/wp-content/uploads/2018/07/สุดยอดเนื้อออสเตรเลี่ยน-4.jpg" alt="" class="wp-image-36395" width="720" height="479" srcset="https://taradko.com/wp-content/uploads/2018/07/สุดยอดเนื้อออสเตรเลี่ยน-4.jpg 960w, https://taradko.com/wp-content/uploads/2018/07/สุดยอดเนื้อออสเตรเลี่ยน-4-300x200.jpg 300w, https://taradko.com/wp-content/uploads/2018/07/สุดยอดเนื้อออสเตรเลี่ยน-4-768x511.jpg 768w, https://taradko.com/wp-content/uploads/2018/07/สุดยอดเนื้อออสเตรเลี่ยน-4-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></figure></div>



<p>นอกจาก <strong>‘พื้นที่เลี้ยง’</strong> จะได้รับการควบคุมอย่างดี การขนส่งจากฟาร์มไปยังโรงฆ่าสัตว์ก็ได้รับการควบคุมด้วยเช่นกัน ออสเตรเลียกำหนดให้ปศุสัตว์ต้องถูกทำความสะอาดตั้งแต่ฟาร์ม รถขนส่งต้องสะอาด ขนส่งในจำนวนพอเหมาะ ไม่เบียดเสียดจนอึดอัดหรือกระทบกระทั่งกัน เมื่อไปถึงสถานที่ ปศุสัตว์จะถูกพักอย่างน้อย 12 ชั่วโมงเพื่อลดความเครียดจากการถูกจำกัดพื้นที่ขณะขนส่ง ซึ่งทำให้ลดกรดแลคติกในกล้ามเนื้อสัตว์ได้ด้วย ระหว่างนี้ให้น้ำได้ แต่ยกเว้นอาหาร เพื่อให้กระเพาะอาหารว่าง ซึ่งเป็นเหตุผล</p>



<h3 class="wp-block-heading">เรื่องความสะอาด:</h3>



<p>ฉากโรงชำแหละสัตว์ในภาพยนตร์ต่างประเทศ เรามักเห็นการชำแหละด้วย วิธีแขวน มร.แบรี่ บอกว่า นี่เป็นวิธีที่ถูกต้อง เพราะการชำแหละบนแพลตเตอร์หรือบนแผ่นแท่นรอง โอกาสที่แบคทีเรียจะปนเปื้อนมีมากกว่าการแขวนลอยไว้กลางอากาศ และสิ่งสำคัญที่ต้องนึกไว้เสมอระหว่างงานชำแหละคือเรื่อง ความสะอาด ทั้งความสะอาดของบุคคลและพื้นที่ทำงาน รวมทั้ง อุณหภูมิ ที่ควรควบคุมไว้ระหว่าง -1.5 ถึง 0 องศาเซลเซียสเพื่อลดการเติบโตของแบคทีเรีย ออสเตรเลียส่งออกเนื้อสัตว์เพื่อการบริโภคด้วยวิธีบรรจุผลิตภัณฑ์ใน ถุงสุญญากาศ (Vacuum Packaging) กระบวนการทั้งหมดใช้มาตรฐานควบคุมที่เรียกว่า National Feedlot Accreditation Scheme (NFAS) ซึ่งผ่านการรับรองได้มาตรฐาน ISO 9002 และ HACCP บริการขนส่งระหว่างประเทศแบบแช่ด้วย ความเย็นจัด (Chilled) ด้วยอุณหภูมิระหว่าง -1 ถึง 1 องศาเซลเซียส คงความสดไว้ได้ถึง 12 สัปดาห์ และขนส่งแบบ แช่แข็ง (Frozen) ด้วยอุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียส เนื้อแช่แข็งมีอายุการใช้งานได้นานกว่าเนื้อแช่ด้วยความเย็นจัด แต่ความนุ่มของเนื้อจะน้อยกว่า เนื่องจากน้ำแข็งทยอยทำลายเอนไซม์ในเนื้อไปแล้ว มร.แบรี่ แนะนำด้วยว่า พ่อครัวและผู้บริโภคที่ซื้อผลิตภัณฑ์เนื้อออสเตรเลียไปทำอาหาร เมื่อนำเนื้อออกจากบรรจุภัณฑ์ ควรแยกพื้นที่ทำงานออกจากเนื้อไก่และเนื้อหมู เนื่องจากเนื้อทั้งสองชนิดนี้มีแบคทีเรียค่อนข้างสูง และเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผู้บริโภคไม่นิยมรับประทานแบบดิบๆ</p>



<p>พร้อมกับให้ข้อสังเกตด้วยว่า เนื้อสัตว์ประเภท<strong> ‘เนื้อแดง’</strong> โดยธรรมชาติที่แท้จริงเนื้อสัตว์มีสี แดงอมม่วง ไม่ใช่สีแดงสดใส ใครนิยมซื้อเนื้อสัตว์โดยเลือกซื้อเนื้อสีแดงจัดๆ เป็นความเข้าใจผิด เพราะสีแดงในเนื้อสัตว์เกิดจากการที่เนื้อสัตว์ทำปฏิกิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ ยิ่งสีแดงจัดก็ยิ่งหมายความว่า เนื้อสัตว์ชิ้นนั้นสัมผัสอากาศนานแล้ว ซึ่งในอากาศอาจมีฝุ่นละออง แบคทีเรีย สิ่งปนเปื้อนอื่นๆ ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของจุดจำหน่าย และยิ่งทิ้งไว้นาน เนื้อสัตว์ก็จะเปลี่ยนเป็นสีแดงคล้ำและมีกลิ่นไม่พึงประสงค์</p>



<p>การสังเกตสี <strong>‘แดงอมม่วง’</strong> เป็นอย่างไรนั้น ดูได้จากเมื่อนำเนื้อออสเตรเลียออกจากบรรจุภัณฑ์สุญญากาศใหม่ๆ ซึ่งพอสัมผัสอากาศสักครู่ เนื้อก็จะค่อยๆ มีสีแดงขึ้น สำหรับ ความนุ่มของเนื้อวัว นอกจากเลือกด้วยปริมาณไขมันและมาร์เบิลสกอร์แล้ว หากไม่ต้องการบริโภคเนื้อด้วยการเลือกจากปริมาณไขมัน มร.แบรี่บอกเคล็ดลับความนุ่มของเนื้อวัวว่า เพศ และ อายุของวัว คือตัวกำหนดความนุ่มของเนื้อ ซึ่งหมายถึงคุณภาพของเนื้อ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" src="https://taradko.com/wp-content/uploads/2018/07/เนื้อวัววากิว-ออสเตรเลีย.jpg" alt="" class="wp-image-37750" width="768" height="576" srcset="https://taradko.com/wp-content/uploads/2018/07/เนื้อวัววากิว-ออสเตรเลีย.jpg 1024w, https://taradko.com/wp-content/uploads/2018/07/เนื้อวัววากิว-ออสเตรเลีย-300x225.jpg 300w, https://taradko.com/wp-content/uploads/2018/07/เนื้อวัววากิว-ออสเตรเลีย-768x576.jpg 768w, https://taradko.com/wp-content/uploads/2018/07/เนื้อวัววากิว-ออสเตรเลีย-480x360.jpg 480w, https://taradko.com/wp-content/uploads/2018/07/เนื้อวัววากิว-ออสเตรเลีย-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">เพศ :</h3>



<p>เนื้อของวัวตัวผู้ มีความเหนียวกว่าเนื้อของวัวตัวเมีย เนื้อวัวตัวผู้จึงเหมาะสำหรับทำ ที-โบน สเต๊กแต่เมื่อตัดเนื้อส่วนต่างๆ ตามความต้องการใช้งานแล้ว เช่น เนื้อข้อขา เนื้อสะโพกบน เนื้อสันหลัง เนื้อสันใน ฯลฯ เนื้อซึ่งตัดได้จากวัวตัวผู้ ให้ขนาดชิ้นที่โตกว่าวัวตัวเมียนอกจากนี้ วัวสาวที่ยังไม่ผ่านการให้ลูก และวัวตัวผู้ที่ผ่านการทำหมันแล้ว (Castrate/Steer) ยังให้เนื้อซึ่งมีความนุ่มอีกด้วย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="640" height="390" src="https://taradko.com/wp-content/uploads/2018/07/สุดยอดเนื้อออสเตรเลี่ยน-2.jpg" alt="" class="wp-image-36393" srcset="https://taradko.com/wp-content/uploads/2018/07/สุดยอดเนื้อออสเตรเลี่ยน-2.jpg 640w, https://taradko.com/wp-content/uploads/2018/07/สุดยอดเนื้อออสเตรเลี่ยน-2-300x183.jpg 300w, https://taradko.com/wp-content/uploads/2018/07/สุดยอดเนื้อออสเตรเลี่ยน-2-600x366.jpg 600w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">อายุ :</h3>



<p>วัวอายุน้อยย่อมให้เนื้อที่นุ่มกว่าวัวอายุมากกว่า การรู้อายุวัวไม่ใช่เรื่องยาก ลูกวัวเกิดใหม่ทุกตัวจะถูกฉีดข้อมูลประจำตัวซึ่งเก็บไว้ภายในแท็ค (tag) ไว้ที่ใบหู เรียกว่า Ear Tag นอกจากอายุ ยังทำให้สามารถตรวจสอบสืบค้นแหล่งกำเนิดของวัวทุกตัวว่ามาจากฟาร์มใดได้อีกด้วยออสเตรเลียแบ่ง ‘ลักษณะเนื้อวัว’ ตาม อายุวัว ออกเป็น Veal คือเนื้อวัวที่ได้จากวัวตัวเมียหรือวัวตัวผู้ที่ทำหมันแล้ว และยังไม่มีฟันแท้ เนื้อมีความนุ่มมาก เหมาะสำหรับการปรุงที่ไม่ควรใช้ความร้อนนานๆ, Beef คือเนื้อวัวที่ได้จากวัวตัวเมียหรือวัวตัวผู้ทำหมันแล้ว หนักมากกว่า 700 กิโลกรัม ยังไม่มีฟันแท้หรือมีฟันแท้ขึ้นครบ 8 ซี่แล้วก็ได้ เนื้อมีความนุ่มเหมาะสำหรับทำสเต๊ก และกริลล์, Bull คือเนื้อวัวที่ได้จากวัวตัวผู้และวัวตัวผู้ที่ทำหมันแล้ว ยังไม่มีฟันแท้หรือมีฟันแท้ขึ้นครบ 8 ซี่ ให้เนื้อเยอะ แต่ไม่ค่อยนุ่ม เหมาะสำหรับการทำอาหารประเภทตุ๋นผู้สั่งซื้อเนื้อวัวออสเตรเลียสามารถระบุในคำสั่งซื้อได้เลยว่าต้องการเนื้อจากวัวเพศใด อายุเท่าใด เพราะออสเตรเลียกำหนดรหัสไว้เรียบร้อยอย่างละเอียด เช่น Y หมายถึง Beef วัวตัวเมียหรือวัวตัวผู้ทำหมันแล้ว อายุ 1 ปี ยังไม่มีฟันแท้, YS หมายถึง Steer วัวตัวผู้ทำหมันแล้ว อายุ 1 ปี ยังไม่มีฟันแท้, YGS หมายถึง Young Steer วัวตัวผู้ทำหมันแล้ว อายุ 30 เดือน มีฟันแท้ขึ้นไม่เกิน 2 ซี่ เป็นต้น ข้อมูลเหล่านี้จะปรากฏบนฉลากบรรจุภัณฑ์ด้วยเพื่อให้ผู้บริโภคเลือกซื้อเนื้อวัวออสเตรเลียได้ตรงความต้องการมากที่สุด</p>



<p><strong>ขอบคุณที่มาข้อมูล&nbsp;</strong><em>http://วิถีชีวิตเกษตรพอเพียง.com/archives/10557</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://taradko.com/last-news/%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2/">ทำไม “เนื้อวัวออสเตรเรีย” เป็นที่กล่าวขานในคุณภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://taradko.com">ตลาดโค.com (www.taradko.com) คือตลาดนัดออนไลน์ ซื้อ – ขาย แลกเปลี่ยน ประมูล โค กระบือ ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การสุขาภิบาลโคขุน</title>
		<link>https://taradko.com/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Jul 2018 07:39:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเลี้ยงโคขุน]]></category>
		<category><![CDATA[โคขุน]]></category>
		<category><![CDATA[การสุขาภิบาลโคขุน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://taradko.com/?p=36376</guid>

					<description><![CDATA[<p>หมายถึง การจัดการใดๆ ที่เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมและตัวโค เพื่อทำให้โคอยู่สบาย สุขภาพดี ซึ่งส่งผลให้มีการเจริญเติบโตดีตามไปด้วย ได้แก่ การเลือกแบบ ขนาดและความสะดวกของโรงเรือน อาหารและการให้อาหาร การถ่ายเทอากาศ และพาหะนำโรคต่างๆ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://taradko.com/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99/">การสุขาภิบาลโคขุน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://taradko.com">ตลาดโค.com (www.taradko.com) คือตลาดนัดออนไลน์ ซื้อ – ขาย แลกเปลี่ยน ประมูล โค กระบือ ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การสุขาภิบาล</strong> หมายถึง การจัดการใดๆ ที่เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมและตัวโค เพื่อทำให้โคอยู่สบาย สุขภาพดี ซึ่งส่งผลให้มีการเจริญเติบโตดีตามไปด้วย ได้แก่ การเลือกแบบ ขนาดและความสะดวกของโรงเรือน อาหารและการให้อาหาร การถ่ายเทอากาศ และพาหะนำโรคต่างๆ</p>
<h4>ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพที่อาจจะเกิดขึ้นได้กับโคขณะขุน</h4>
<ol>
<li>ท้องเสีย อาจเกิดจากอาหาร เช่น เปลี่ยนอาหารกินกากน้ำตาลมากเกินไป กินเกลือมากเกินไป ได้รับสารพิษ สาเหตุจากพยาธิ จากโรคบิด เป็นต้น</li>
<li>ท้องขึ้นหรือท้องอืด อาจเกิดจากปริมาณแก๊สในกระเพาะมากเกินไปจนระบายออกไม่ทัน เนื่องจากโคกินหญ้าสดที่อวบน้ำมากเกินไป</li>
<li>โรคปอดบวม อาจเกิดจากเชื้อไวรัส แบคทีเรีย พยาธิปอด อากาศร้อนหรือหนาวเกินไป หรือสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในทางเดินหายใจ</li>
<li>มีบาดแผล ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น ถูกของมีคมบาด ขวิดกันเอง เป็นต้น</li>
<li>เป็นฝี เกิดขึ้นเนื่องจากการอักเสบ แล้วเกิดเป็นหนองภายใน</li>
<li>ตาอักเสบ อาจเกิดจากมีวัสดุทิ่มตา ขวิดกันเอง หรือเป็นการอักเสบมีเชื้อ โดยมีแมลงเป็นพาหะ</li>
<li>กีบเป็นแผล อาจเป็นผลมาจากความชื้นแฉะของคอก ซึ่งจะพบปัญหานี้มากในฤดูฝน</li>
<li>เกิดโรคระบาดต่างๆ การทำวัคซีนไม่ได้เป็นข้อประกันว่าจะคุ้มโรคได้ 100% โคอาจมีโอกาสติดโรคระบาดได้อีก เมื่อมีอาการของโรคต่างๆ จึงไม่ควรนิ่งนอนใจ</li>
</ol>
<h4>การป้องกันโรคและปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพของโค</h4>
<ol>
<li>คัดเลือกเฉพาะโคที่มีคุณภาพ ลักษณะดี และปลอดจากโรคต่างๆ ไว้เลี้ยงหรือผสมพันธุ์</li>
<li>ห้อาหารที่ถูกสุขลักษณะ และมีคุณค่าทางโภชนะ</li>
<li>จัดให้มีการทำทะเบียน บันทึกสุขภาพของโคทุกตัว</li>
<li>หมั่นสังเกตุสุขภาพของโค เมื่อมีความผิดปกติจะได้ทำการแก้ไขทันที</li>
<li>เมื่อพบว่าโคตัวใดมีอาการผิดปกติ ให้แยกออกจากฝูง เพื่อสังเกตอาการและทำการรักษา</li>
<li>ก่อนซือหรือนำโคตัวใหม่เข้ามาในฝูง ต้องแน่ใจว่าปลอดจากโรคต่างๆ แล้ว และควรแยกเลี้ยงต่างหากนอกฝูงเดิม ประมาณ 2-4 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการติดต่อของโรค ซึ่งอาจติดต่อมาจากโคตัวใหม่</li>
<li>ทำความสะอาดคอกเลี้ยง และบริเวณโดยรอบให้สะอาดอยู่เสมอ</li>
<li>เมื่อโคที่อยู่ในฝูงเดียวกัน หรือบริเวณใกล้เคียงกันเป็นโรค ซึ่งมีอาการเหมือนกัน หรือใกล้เคียงกัน ในระยะเวลาใกล้เคียงกัน และเป็นกับสัตว์อื่นมากขึ้นๆ ให้ตั้งข้อสังเกตว่าเกิดโรคระบาดขึ้นบริเวณนั้น ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่สัตวแพทย์ หรือปศุสัตว์อำเภอโดยด่วนที่สุด สำหรับสัตว์ป่วยให้แยกออกรักษาต่างหาก สัตว์ที่ตาย เมื่อสัตวแพทย์ตรวจแล้วควรทำลายโดยการฝังให้ลึก โรยด้วยปูนขาว หรือทำการเผาแล้วทำความสะอาดคอกและเครื่องมือต่างๆ ด้วยสารเคมีหรือยาฆ่าเชื้อ</li>
</ol>
<h4>การสิ้นสุดการขุน</h4>
<p>ควรขุนแค่ระยะที่โคสร้างกล้ามเนื้อเต็มที่แล้ว <strong>(stor codition)</strong> ซึ่งเป็นระยะที่โคกำลังจะเริ่มสะสมไขมัน ไม่ต้องการให้ขุนโคให้อ้วนเกินไป เพราะถ้าขุนเกินระยะนี้แล้วอัตราการเจริญเติบโตจะเริ่มลดลง ทำให้ต้นทุนการขุนสูงขึ้น จากการศึกษาของศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ตาก นำห้นกัสิ้นสุดของโคขุนโดยประมาณตามพันธุ์ดังนี้</p>
<ul>
<li>ลูกผสมพื้นเมือง 50% ชาร์โรเล่ส์ 25% และบราห์มัน 25% หรือลูกผสมพื้นเมือง 50% และชาร์โรเล่สห์ 50% สิ้นสุดที่ประมาณ 300-350 ก.ก.</li>
<li>ลูกผสมพื้นเมือง 25% บราห์มัน 25% ชาร์โรเล่ส์ 50% สิ้นสุดการขุนที่ประมาณ 350-400 ก.ก.</li>
<li>โคพันธุ์ตาก 1, 2 และ 3 สิ้นสุดการขุนที่ประมาณ 450 ก.ก.</li>
</ul>
<p><strong>ผู้เลี้ยงสามารถประเมินการสร้างกล้ามเนื้อจากโคมีชีวิตได้เอง โดยดูจาก 3 จุดจาด้านท้ายโคตามภาพได้แก่</strong></p>
<ol>
<li>มองจากด้านท้าย แนวสันด้านบนที่โค้งมน แสดงว่ามีกล้ามเนื้ออยู่มากที่สุดแล้ว ไม่ควรมองเห็นท้อง</li>
<li>กระดูกขาหน้า ควรเป็นรูปกระบอก มีกล้ามเนื้อเกาะนูน</li>
<li>ท่ายืน ความห่างของช่วงขาหน้า และขาหลัง แสดงให้เห็นว่ามีกล้ามเนื้อซึ่งจะแยกขาแต่ละข้างให้ห่างจากลำตัว</li>
</ol>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://taradko.com/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a0%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99/">การสุขาภิบาลโคขุน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://taradko.com">ตลาดโค.com (www.taradko.com) คือตลาดนัดออนไลน์ ซื้อ – ขาย แลกเปลี่ยน ประมูล โค กระบือ ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อาหารและการให้อาหารโคขุน</title>
		<link>https://taradko.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%84/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Jul 2018 07:11:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเลี้ยงโคขุน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารโค]]></category>
		<category><![CDATA[โคขุน]]></category>
		<category><![CDATA[การให้อาหารโคขุน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารและการให้อาหารโคขุน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารโคขุน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://taradko.com/?p=36372</guid>

					<description><![CDATA[<p>อาหารหยาบ คือ อาหารที่มีเปอร์เซนต์ของเยื่อใยสูง มีเปอร์เซนต์ของโปรตีนต่ำ ส่วนใหญ่ได้แก่หญ้า อาหารหยาบเป็นอาหารหลักของโค และสัตว์กระเพาะรวมอื่นๆ ซึ่งได้จาก 2 แหล่งใหญ่ๆ คือ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://taradko.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%84/">อาหารและการให้อาหารโคขุน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://taradko.com">ตลาดโค.com (www.taradko.com) คือตลาดนัดออนไลน์ ซื้อ – ขาย แลกเปลี่ยน ประมูล โค กระบือ ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4>1. อาหารหยาบ</h4>
<p>อาหารหยาบ คือ อาหารที่มีเปอร์เซนต์ของเยื่อใยสูง มีเปอร์เซนต์ของโปรตีนต่ำ ส่วนใหญ่ได้แก่หญ้า อาหารหยาบเป็นอาหารหลักของโค และสัตว์กระเพาะรวมอื่นๆ ซึ่งได้จาก 2 แหล่งใหญ่ๆ คือ</p>
<ol>
<li><strong>หญ้า</strong> อาจได้จากทุ่งหญ้าตามธรรมชาติหรือจากการทำแปลงหญ้า แต่ในการเลี้ยงโคขุนควรจะทำแปลงหญ้าเองเพราะเป็นที่ทราบกันแล้วว่าโคขุนต้องการอาหารที่ค่อนข้างดี โดยเฉพาะการเลี้ยงโคขุนโดยใช้อาหารหยาบล้วนก็จำเป็นจะต้องมีแปลงหญ้าคุณภาพดี หญ้าที่แนะนำได้แก่ หญ้าขน หญ้ารูซี่ ซึ่งเหมาะต่อการเลี้ยงโดยการปล่อยแทะเล็ม และหญ้ากินนีเหมาะสำหรับตัดสด โดยทั่วไปโคจะกินหญ้าสดประมาณวันละ 35-40 ก.ก./ตัว ขึ้นอยู่กับขนาดของโค แต่ในการเลี้ยงโคขุนเราใช้อาหารข้น ซึ่งมีคุณค่าทางอาหารสูงเสริมให้โค โคจึงอาจมีความต้องการอาหารหยาบลดลง</li>
<li><strong>วัสดุเหลือใช้จากการเกษตรอื่นๆ</strong> เช่น ฟางข้าว เปลือกสับปะรด ต้นข้าวโพด ยอดอ้อย ถึงแม้ว่าวัสดุดังกล่าวบางอย่างจะมีคุณค่าทางอาหารค่อนข้างต่ำ แต่ก็สามารถใช้เลี้ยงโคขุนแบบขุนโดยเสริมอาหารข้นได้ดี คุณค่าทางอาหารนี้ที่ขาดไปจากวัสดุเหล่านี้ก็จะเสริมให้โดยสูตรอาหารข้น</li>
</ol>
<h4>2. อาหารข้นหรืออาหารผสม</h4>
<p>อาหารข้น คืออาหารที่มีเปอร์เซนต์เยื่อใยต่ำ มีเปอร์เซนต์โปรตีนสูง มีการย่อยได้สูง ประกอบด้วยวัสดุต่าๆง ที่มีคุณค่าทางอาหารสูงผสมกันให้ครบส่วนตามความต้องการของโค ใช้เสริมกับอาหารหยาบ และอาจเลือกใช้สูตรให้เหมาะสมกับวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่นและราคาถูก</p>
<h4><strong>ตารางที่ 1</strong> สูตรอาหารสำหรับโคอายุ 7-12 เดือน หรือน้ำหนักไม่เกิน 200 ก.ก. มีดังนี้</h4>
<table border="0" width="100%" cellspacing="0" cellpadding="0" align="center">
<tbody>
<tr bgcolor="#FFCC00">
<td rowspan="2" width="25%">
<div align="center"><strong>วัตถุดิบ</strong></div>
</td>
<td colspan="10">
<div align="center"><strong>สูตรที่</strong></div>
</td>
</tr>
<tr>
<td bgcolor="#FFCC00" width="8%">
<div align="center"><strong>1</strong></div>
</td>
<td bgcolor="#FFCC00" width="8%">
<div align="center"><strong>2</strong></div>
</td>
<td bgcolor="#FFCC00" width="8%">
<div align="center"><strong>3</strong></div>
</td>
<td bgcolor="#FFCC00" width="8%">
<div align="center"><strong>4</strong></div>
</td>
<td bgcolor="#FFCC00" width="8%">
<div align="center"><strong>5</strong></div>
</td>
<td bgcolor="#FFCC00" width="7%">
<div align="center"><strong>6</strong></div>
</td>
<td bgcolor="#FFCC00" width="6%">
<div align="center"><strong>7</strong></div>
</td>
<td bgcolor="#FFCC00" width="6%">
<div align="center"><strong>8</strong></div>
</td>
<td bgcolor="#FFCC00" width="8%">
<div align="center"><strong>9</strong></div>
</td>
<td bgcolor="#FFCC00" width="8%">
<div align="center"><strong>10</strong></div>
</td>
</tr>
<tr bgcolor="#FFFFCC">
<td>ข้าวโพด<br />
มันเส้น<br />
ปลายข้าว<br />
รำละเอียด<br />
กากฝ้ายทั้งเปลือก<br />
กากถั่วเหลือง<br />
ใบกระถินล้วน<br />
กากมะพร้าว<br />
ยูเรีย<br />
กระดูกป่น<br />
เกลือป่น<br />
กำมะถันผง</td>
<td>
<div align="center">78.5<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
16.5<br />
&#8211;<br />
2.5<br />
1<br />
1.0<br />
0.1</div>
</td>
<td>
<div align="center">75<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
10<br />
10<br />
2.5<br />
1<br />
1.0<br />
0.1</div>
</td>
<td>
<div align="center">70<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
20<br />
&#8211;<br />
5<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
2.5<br />
1<br />
1.0<br />
0.1</div>
</td>
<td>
<div align="center">40<br />
30<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
10<br />
5<br />
10<br />
&#8211;<br />
2.5<br />
1<br />
1.0<br />
0.1</div>
</td>
<td>
<div align="center">40<br />
&#8211;<br />
40<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
5<br />
&#8211;<br />
10<br />
2.5<br />
1<br />
1.0<br />
0.1</div>
</td>
<td>
<div align="center">15<br />
50<br />
&#8211;<br />
10<br />
&#8211;<br />
10<br />
10<br />
&#8211;<br />
2.5<br />
1<br />
1.0<br />
0.1</div>
</td>
<td>
<div align="center">&#8211;<br />
65<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
10<br />
10<br />
10<br />
&#8211;<br />
2.5<br />
1.5<br />
1.0<br />
0.1</div>
</td>
<td>
<div align="center">&#8211;<br />
70<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
5<br />
15<br />
5<br />
&#8211;<br />
2.5<br />
1.5<br />
1.0<br />
0.1</div>
</td>
<td>
<div align="center">&#8211;<br />
&#8211;<br />
70<br />
10<br />
&#8211;<br />
5<br />
10<br />
&#8211;<br />
2.5<br />
1.5<br />
1.0<br />
0.1</div>
</td>
<td>
<div align="center">&#8211;<br />
&#8211;<br />
75<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
5<br />
15<br />
&#8211;<br />
2.5<br />
1.5<br />
1.0<br />
0.1</div>
</td>
</tr>
<tr bgcolor="#FFFFCC">
<td>% โปรตีน<br />
% โภชนะย่อยได้ (TDN)<br />
% แคลเซียม<br />
% ฟอสฟอรัส</td>
<td>
<div align="center">18.0<br />
74.0<br />
1.1<br />
0.5</div>
</td>
<td>
<div align="center">17.9<br />
73.4<br />
1.1<br />
0.8</div>
</td>
<td>
<div align="center">18.2<br />
74.5<br />
1<br />
0.6</div>
</td>
<td>
<div align="center">18.3<br />
74.4<br />
0.9<br />
0.4</div>
</td>
<td>
<div align="center">17.7<br />
75.7<br />
1.1<br />
0.6</div>
</td>
<td>
<div align="center">17.6<br />
75<br />
0.9<br />
0.4</div>
</td>
<td>
<div align="center">17.9<br />
74<br />
0.9<br />
0.4</div>
</td>
<td>
<div align="center">17.6<br />
75.7<br />
0.8<br />
0.4</div>
</td>
<td>
<div align="center">18.3<br />
74<br />
0.9<br />
0.5</div>
</td>
<td>
<div align="center">18.4<br />
74<br />
1.2<br />
0.4</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><em><strong>ที่มา</strong> : กองอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์</em></p>
<h4><strong>ตารางที่ 2 </strong>สูตรอาหารสำหรับโคอายุ 1 ปีขึ้นไป หรือน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 200 ก.ก. มีดังนี้</h4>
<table border="0" width="100%" cellspacing="0" cellpadding="0" align="center">
<tbody>
<tr bgcolor="#FFCC00">
<td rowspan="2" width="25%">
<div align="center"><strong>วัตถุดิบ</strong></div>
</td>
<td colspan="10">
<div align="center"><strong>สูตรที่</strong></div>
</td>
</tr>
<tr>
<td bgcolor="#FFCC00" width="8%">
<div align="center"><strong>1</strong></div>
</td>
<td bgcolor="#FFCC00" width="8%">
<div align="center"><strong>2</strong></div>
</td>
<td bgcolor="#FFCC00" width="8%">
<div align="center"><strong>3</strong></div>
</td>
<td bgcolor="#FFCC00" width="8%">
<div align="center"><strong>4</strong></div>
</td>
<td bgcolor="#FFCC00" width="8%">
<div align="center"><strong>5</strong></div>
</td>
<td bgcolor="#FFCC00" width="7%">
<div align="center"><strong>6</strong></div>
</td>
<td bgcolor="#FFCC00" width="6%">
<div align="center"><strong>7</strong></div>
</td>
<td bgcolor="#FFCC00" width="6%">
<div align="center"><strong>8</strong></div>
</td>
<td bgcolor="#FFCC00" width="8%">
<div align="center"><strong>9</strong></div>
</td>
<td bgcolor="#FFCC00" width="8%">
<div align="center"><strong>10</strong></div>
</td>
</tr>
<tr bgcolor="#FFFFCC">
<td>ข้าวฟ่าง<br />
ข้าวโพด<br />
ปลายข้าว<br />
มันเส้น<br />
กากฝ้ายกระเทาะเปลือก<br />
กากฝ้ายทั้งเปลือก<br />
ใบกระถินล้วน<br />
กระดูกป่น<br />
ยูเรีย<br />
เกลือป่น<br />
กำมะถันผง</td>
<td>
<div align="center">&#8211;<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
82.5<br />
13<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
1<br />
2.5<br />
1<br />
0.1</div>
</td>
<td>
<div align="center">&#8211;<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
75.5<br />
&#8211;<br />
20<br />
&#8211;<br />
1<br />
2.5<br />
1<br />
0.1</div>
</td>
<td>
<div align="center">20<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
60.5<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
15<br />
1<br />
2.5<br />
1<br />
0.1</div>
</td>
<td>
<div align="center">&#8211;<br />
25<br />
&#8211;<br />
55.5<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
15<br />
1<br />
2.5<br />
1<br />
0.1</div>
</td>
<td>
<div align="center">40<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
47.5<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
8<br />
1<br />
2.5<br />
1<br />
0.1</div>
</td>
<td>
<div align="center">&#8211;<br />
50<br />
&#8211;<br />
37.5<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
8<br />
1<br />
2.5<br />
1<br />
0.1</div>
</td>
<td>
<div align="center">60<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
22.5<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
1<br />
2.5<br />
1<br />
0.1</div>
</td>
<td>
<div align="center">&#8211;<br />
70<br />
&#8211;<br />
16.2<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
1<br />
2.5<br />
1<br />
0.1</div>
</td>
<td>
<div align="center">&#8211;<br />
&#8211;<br />
90<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
5.8<br />
1<br />
2.5<br />
1<br />
0.1</div>
</td>
<td>
<div align="center">&#8211;<br />
95.8<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
1<br />
2.5<br />
1<br />
0.1</div>
</td>
</tr>
<tr bgcolor="#FFFFCC">
<td>% โปรตีน<br />
% โภชนะย่อยได้ (TDN)<br />
% แคลเซียม<br />
% ฟอสฟอรัส</td>
<td>
<div align="center">14.00<br />
77<br />
0.54<br />
0.40</div>
</td>
<td>
<div align="center">14.2<br />
73.6<br />
0.55<br />
0.30</div>
</td>
<td>
<div align="center">14.0<br />
75.5<br />
0.64<br />
0.30</div>
</td>
<td>
<div align="center">14.0<br />
75.4<br />
0.72<br />
0.25</div>
</td>
<td>
<div align="center">14.1<br />
75.4<br />
0.58<br />
0.40</div>
</td>
<td>
<div align="center">14.0<br />
75.5<br />
0.74<br />
0.30</div>
</td>
<td>
<div align="center">14.1<br />
76.5<br />
0.53<br />
0.34</div>
</td>
<td>
<div align="center">14.2<br />
76.4<br />
0.77<br />
0.34</div>
</td>
<td>
<div align="center">14.4<br />
77.0<br />
&#8211;<br />
&#8211;</div>
</td>
<td>
<div align="center">14.2<br />
76.7<br />
&#8211;<br />
&#8211;</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><strong>* หมายเหต</strong>ุ ถ้าต้องการใช้อาหารข้นร่วมกับเปลือกสับปะรดควรเติมปูนขาวลงไปในอาหาร 2.5 ก.ก.ทุกๆ 100 ก.ก. ของอาหารข้นเพื่อลดการเป็นกรด</p>
<p><em><strong>ที่มา</strong> : กองอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์</em></p>
<h4><strong>ตารางที่ 3</strong> สูตรอาหารสำหรับโคขุน</h4>
<table border="0" width="100%" cellspacing="0" cellpadding="0" align="center">
<tbody>
<tr bgcolor="#FFCC00">
<td rowspan="2">
<div align="center"><strong>วัตถุดิบ</strong></div>
</td>
<td colspan="4">
<div align="center"><strong>อาหารสำหรับโคขุน (น้ำหนัก 250-450 ก.ก.)</strong></div>
</td>
<td></td>
</tr>
<tr>
<td bgcolor="#FFCC00">
<div align="center"><strong>สูตรที่ 1</strong></div>
</td>
<td bgcolor="#FFCC00">
<div align="center"><strong>สูตรที่ 2</strong></div>
</td>
<td bgcolor="#FFCC00">
<div align="center"><strong>สูตรที่ 3</strong></div>
</td>
<td bgcolor="#FFCC00">
<div align="center"><strong>สูตรที่ 4</strong></div>
</td>
<td bgcolor="#FFCC00">
<div align="center"><strong>สูตรที่ 5</strong></div>
</td>
</tr>
<tr bgcolor="#FFFFCC">
<td>รำละเอียด<br />
รำหยาบ<br />
ปลายข้าว<br />
ข้าวฟ่างบด<br />
ข้าวโพดบด<br />
มันเส้น<br />
กากถั่วเหลือง<br />
กากปาล์ม<br />
กากมะพร้าว<br />
ใบกระถินป่น<br />
อาหารแร่ธาตุ<br />
กระดูกป่น<br />
เปลือกหอยป่น<br />
ไดแคลเซียมฟอสเฟต<br />
กำมะถัน<br />
เกลือ<br />
ยูเรีย<br />
หัวอาหาร</td>
<td>
<div align="center">15<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
31<br />
40<br />
&#8211;<br />
10<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
4<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
&#8211;</div>
</td>
<td>
<div align="center">15<br />
&#8211;<br />
31<br />
&#8211;<br />
40<br />
&#8211;<br />
10<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
4<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
&#8211;</div>
</td>
<td>
<div align="center">26<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
60<br />
&#8211;<br />
10<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
4<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
&#8211;</div>
</td>
<td>
<div align="center">15<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
5<br />
60<br />
10<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
10<br />
4<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
1<br />
&#8211;</div>
</td>
<td>
<div align="center">20<br />
5<br />
&#8211;<br />
&#8211;<br />
20<br />
20<br />
&#8211;<br />
20<br />
5<br />
5<br />
0.5<br />
1<br />
0.4<br />
0.5<br />
0.1<br />
1<br />
1<br />
0.5</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><strong>ที่มา :</strong></p>
<p>(1) กองอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์ (สูตรที่ 1-4)<br />
(2) สอบถามจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุน (สูตรที่ 5)</p>
<p><strong>ตารางที่ 4</strong> แสดงปริมาณอาหารข้นที่จะใช้เสริมเมื่อใช้อาหารหยาบตามชนิดและปริมาณต่างๆ ให้เหมาะสมกับขนาดของสัตว์ต่อวัน</p>
<table border="0" width="100%" cellspacing="0" cellpadding="0" align="center">
<tbody>
<tr bgcolor="#FFCC00">
<td rowspan="2" width="7%">
<div align="center">น้ำหนักโค (ก.ก.)</div>
</td>
<td colspan="2">
<div align="center">เลี้ยงร่วมกับหญ้าสดหรือต้นข้าวโพดอ่อน</div>
</td>
<td colspan="2">
<div align="center">เลี้ยงร่วมกับฟาง</div>
</td>
<td colspan="2">
<div align="center">เลี้ยงร่วมกับเปลือกสับปะรด</div>
</td>
<td rowspan="2" width="24%">
<div align="center">ระยะเวลาในการขุนเพื่อ<br />
ให้ได้น้ำหนัก 400 ก.ก. เมื่ออัตราการเจริญเติบโตต่อวัน<br />
เท่ากับ 0.8 ก.ก. (วัน)</div>
</td>
</tr>
<tr>
<td bgcolor="#FFCC00" width="12%">
<div align="center">อาหารข้น (ก.ก.)</div>
</td>
<td bgcolor="#FFCC00" width="18%">
<div align="center">หญ้าหรือต้นข้าวโพด (ก.ก.)</div>
</td>
<td bgcolor="#FFCC00" width="7%">
<div align="center">อาหารข้น (ก.ก.)</div>
</td>
<td bgcolor="#FFCC00" width="9%">
<div align="center">ฟาง (ก.ก.)</div>
</td>
<td bgcolor="#FFCC00" width="7%">
<div align="center">อาหารข้น (ก.ก.)</div>
</td>
<td bgcolor="#FFCC00" width="16%">
<div align="center">เปลือกสับปะรด (ก.ก.)</div>
</td>
</tr>
<tr bgcolor="#FFFFCC">
<td height="15">
<p align="center"> 100<br />
150<br />
200<br />
250<br />
300<br />
350<br />
400<br />
450</p>
</td>
<td>
<div align="center"> 2<br />
2.5<br />
3.0<br />
3.5<br />
4.0<br />
5.0<br />
6.0<br />
7.0</div>
</td>
<td>
<div align="center">5<br />
11<br />
12<br />
15<br />
18<br />
16<br />
16<br />
16</div>
</td>
<td>
<div align="center">2.5<br />
3.0<br />
3.5<br />
4.0<br />
4.5<br />
5.5<br />
6.5<br />
7.5</div>
</td>
<td>
<div align="center">1<br />
2.5<br />
3.5<br />
5.0<br />
6.0<br />
5.0<br />
5.0<br />
5.0</div>
</td>
<td>
<div align="center">&#8211;<br />
2.0<br />
2.5<br />
3.0<br />
3.5<br />
4.0<br />
5.0<br />
6.0</div>
</td>
<td>
<div align="center">&#8211;<br />
25<br />
30<br />
35<br />
40<br />
45<br />
45<br />
45</div>
</td>
<td>
<div align="center">375<br />
313<br />
250<br />
188<br />
125<br />
63<br />
&#8211;<br />
&#8211;</div>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><strong><br />
หมายเหตุ</strong></p>
<ol>
<li>ให้กินอาหารข้นตามปริมาณที่แสดงไว้ในตารางและให้กินอาหารหยาบอย่างเต็มที่ หรือไม่ควรน้อยกว่าในตาราง จะทำให้โคเจริญเติบโตได้วันละประมาณ 0.8-1 ก.ก.</li>
<li>ถ้าอาหารหยาบคุณภาพดีกว่า เช่นหญ้าอ่อนก็อาจจะลดอาหารข้นลงอีกได้ตามสมควร</li>
</ol>
<h4>อธิบายตารางที่ 4 ตัวอย่าง</h4>
<ol>
<li>ถ้าโคที่ต้องการขุนมีน้ำหนักเริ่มต้น 100 ก.ก. เลี้ยงด้วยหญ้าหรือต้นข้าวโพดอ่อน โคจะกินหญ้าหรือต้นข้าวโพดประมาณ 5 ก.ก./วัน และผู้เลี้ยงก็จะต้องเสริมอาหารข้นให้โควันละ 2 ก.ก. และเมื่อโคมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 150, 200, 250 &#8230; ตามความต้องการอาหารก็จะเพิ่มขึ้นดังตาราง ทำให้โคได้รับสารอาหารครบตามความต้องการของร่างกายและจะทำให้โคมีการเจริญเติบโต เพิ่มน้ำหนักวันละ 0.8 ก.ก. ซึ่งจะใช้เวลาขุนประมาณ 375 วัน เพื่อให้ได้น้ำหนักตัว 400 ก.ก.</li>
<li>ถ้าเริ่มขุนโคที่มีน้ำหนัก 200 ก.ก. ด้วยฟางข้าว ก็จะต้องให้โคกินฟางข้าว 3.5 ก.ก. อาหารข้น 3.5 ก.ก. เมื่อโคมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเป็น 250, 300, 350 &#8230; ก็ให้อาหารเพิ่มขึ้นโดยคิดเป็นฟางข้าว/อาหารข้น 5/4, 6/4.5, 5/5.5 &#8230; ตามลำดับ ซึ่งจะทำให้โคเพิ่มน้ำหนักตัววันละ 0.8 ก.ก. และจะใช้เวลา 250 วัน ในการเพิ่มน้ำหนักตัวเป็น 400 ก.ก.</li>
</ol>
<p><strong><em> สำหรับสูตรอาหารข้น</em></strong> ก็อาจจะใช้สูตรใดสูตรหนึ่ง ตามความเหมาะสมของอายุโค และสภาพในท้องถิ่น</p>
<p>การสุขาภิบาล หมายถึง การจัดการใดๆ ที่เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมและตัวโค เพื่อทำให้โคอยู่สบาย สุขภาพดี ซึ่งส่งผลให้มีการเจริญเติบโตดีตามไปด้วย ได้แก่ การเลือกแบบ ขนาดและความสะดวกของโรงเรือน อาหารและการให้อาหาร การถ่ายเทอากาศ และพาหะนำโรคต่างๆ</p>
<div class="hr-thin"></div>
<h2>หลักการให้อาหารโคขุน</h2>
<p>อาหารที่ใช้ขุนโคมีทั้งอาหารหยาบและอาหารข้น อัตราส่วนระหว่างอาหารหยาบและอาหารข้นจะเป็นเท่าใดนั้นขึ้นอยู่กับ</p>
<ul>
<li>ราคาของอาหารทั้งสองเปรียบเทียบกัน</li>
<li>อายุและสภาพของโค</li>
<li>ระยะเวลาของการขุน คือระยะต้นหรือระยะปลาย</li>
<li>จำนวนอาหารข้นที่ให้ ให้กินอย่างเต็มที่หรือกินอย่างจำกัด ถ้าให้กินอาหารข้นจำกัด จำนวนอาหารหยาบที่ใช้เลี้ยงโคต้องเพิ่มสูงขึ้นด้วย</li>
<li>อากาศ ถ้าอากาศร้อนควรให้อาหารข้นในปริมาณสูงขึ้น</li>
</ul>
<h4>โดยปกติแล้วอัตราส่วนระหว่างอาหารหยาบต่ออาหารข้นสำหรับโคขุนควรเป็นดังนี้ คือ</h4>
<table border="0" width="100%" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td bgcolor="#FFFFFF" width="45%">ระยะเริ่มต้น</td>
<td width="20%">อาหารหยาบ</td>
<td width="1%">:</td>
<td> อาหารข้น = 70 : 30</td>
</tr>
<tr>
<td bgcolor="#FFFFFF">ระยะกลางขุน</td>
<td>อาหารหยาบ</td>
<td>:</td>
<td> อาหารข้น = 30 : 70</td>
</tr>
<tr>
<td bgcolor="#FFFFFF">ระยะปลายของการขุน</td>
<td>อาหารหยาบ</td>
<td>:</td>
<td> อาหารข้น = 15: 85</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><strong>ปริมาณอาหารที่ให้โคขุน</strong> การให้อาหารที่ถูกต้องทั้งด้านปริมาณและโภชนะที่โคต้องการนั้น ต้องให้ตามความต้องการของโค ซึ่งจะมีการคำนวณและมีการใช้ตาราง ซึ่งจะต้องมีความรู้เรื่องนี้พอควร แต่ที่จะกล่าวต่อไปเป็นหลักเกณฑ์โดยปริมาณในการให้อาหารแก่โคขุนที่มีอายุต่างๆ กันคือ</p>
<table border="0" width="100%" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td bgcolor="#FFFFFF" width="45%">1. โคมีอายุ 2 ปีขึ้นไป</td>
<td width="20%">กินอาหารวัตถุแห้ง</td>
<td width="10%">2 %</td>
<td>ของน้ำหนักตัว</td>
</tr>
<tr>
<td bgcolor="#FFFFFF">2. โคที่มีอายุ 1-2 ปี</td>
<td>กินอาหารวัตถุแห้ง</td>
<td>2.5 %</td>
<td>ของน้ำหนักตัว</td>
</tr>
<tr>
<td bgcolor="#FFFFFF">3. โคอายุต่ำกว่า 1 ปี</td>
<td>กินอาหารวัตถุแห้ง</td>
<td>3%</td>
<td>ของน้ำหนักตัว</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><strong>ตัวอย่าง</strong> โคตัวหนึ่งอายุ 2 ปี หนัก 240 ก.ก. ถูกนำมาขุนระยะหนึ่งโดยใช้อัตราส่วนระหว่างอาหารหยาบต่ออาหารข้น 30 : 70 อยากทราบว่าจะให้โคตัวนี้กินอาหารหยาบและอาหารข้นวันละเท่าใด</p>
<table border="0" width="100%" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td colspan="2">&nbsp;</p>
<p>โคกินอาหารวัตถุแห้ง (2% น้ำหนักตัว)</td>
<td width="30%">= 2/100 X 240</td>
<td width="6%"></td>
</tr>
<tr>
<td colspan="2"></td>
<td>= 4.80</td>
<td>ก.ก.</td>
</tr>
<tr>
<td colspan="2">ในอาหารหยาบจะมีวัตถุแห้ง</td>
<td>= 4.80 X 30 / 100</td>
<td></td>
</tr>
<tr>
<td colspan="2"></td>
<td>= 1.44</td>
<td>ก.ก.</td>
</tr>
<tr>
<td colspan="2">ในอาหารข้นจะมีวัตถุแห้ง</td>
<td>= 4.80 &#8211; 1.44</td>
<td></td>
</tr>
<tr>
<td colspan="2"></td>
<td>= 3.36</td>
<td>ก.ก.</td>
</tr>
<tr>
<td colspan="3">(โดยทั่วไปอาหารหยาบสดจะมีวัตถุแห้ง 20-25% มีความชื้น 75-80% ในที่นี้ขอใช้ 20%)</td>
<td></td>
</tr>
<tr>
<td colspan="2">วัตถุแห้งในอาหารหยาบสด 20 ก.ก. มาจากหญ้าสด</td>
<td>100</td>
<td>ก.ก.</td>
</tr>
<tr>
<td colspan="2">วัตถุแห้งในอาหารหยาบสด 1.44 ก.ก. มาจากหญ้าสด</td>
<td>= (100 X 1.44) / 20</td>
<td></td>
</tr>
<tr>
<td colspan="2"></td>
<td>= 7.2</td>
<td>ก.ก.</td>
</tr>
<tr>
<td colspan="3">(โดยทั่วไปอาหารข้นที่ใช้เป็นอาหารสัตว์ จะมีความชื้นระหว่าง 12-15% ในที่นี้ขอใช้ 12%)</td>
<td></td>
</tr>
<tr>
<td colspan="2">อาหารข้นมีวัตถุแห้ง (100-12) 88 ก.ก. มาจากอาหารข้น</td>
<td>= 100</td>
<td></td>
</tr>
<tr>
<td colspan="2">อาหารข้นมีวัตถุแห้ง 3.36 ก.ก. มาจากอาหารข้น</td>
<td>= (100 X 3.36) / 88</td>
<td></td>
</tr>
<tr>
<td colspan="2"></td>
<td>= 3.82</td>
<td>ก.ก.</td>
</tr>
<tr>
<td colspan="2">คำตอบ โคขุนตัวนี้ควรได้รับอาหารดังนี้</td>
<td></td>
<td></td>
</tr>
<tr>
<td width="2%"></td>
<td width="62%">&#8211; หญ้าสด วันละ</td>
<td>= 7.20</td>
<td>ก.ก.</td>
</tr>
<tr>
<td></td>
<td>&#8211; อาหารข้น วันละ</td>
<td>= 3.82</td>
<td>ก.ก.</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://taradko.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%84/">อาหารและการให้อาหารโคขุน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://taradko.com">ตลาดโค.com (www.taradko.com) คือตลาดนัดออนไลน์ ซื้อ – ขาย แลกเปลี่ยน ประมูล โค กระบือ ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การเตรียมโคก่อนขุน</title>
		<link>https://taradko.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Jul 2018 05:03:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเลี้ยงโคขุน]]></category>
		<category><![CDATA[โคขุน]]></category>
		<category><![CDATA[การเตรียมโคก่อนขุน]]></category>
		<category><![CDATA[โคก่อนขุน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://taradko.com/?p=36368</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทำความสะอาดคอกที่จะขุน เตรียมที่ให้น้ำ และรางอาหารให้พร้อม นำโคเข้าคอกขุน ถ่ายพยาธิทั้งภายใน-นอก ฉีดวัคซีนตามที่กรมปศุสัตว์กำหนดให้ทำในพื้นที่นั้นๆ ระยะ 21 วันแรกเป็นระยะให้โคปรับตัวกับการกินอาหารข้น (Pretest) โดยให้อาหารดังนี้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://taradko.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99/">การเตรียมโคก่อนขุน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://taradko.com">ตลาดโค.com (www.taradko.com) คือตลาดนัดออนไลน์ ซื้อ – ขาย แลกเปลี่ยน ประมูล โค กระบือ ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ทำความสะอาดคอกที่จะขุน เตรียมที่ให้น้ำ และรางอาหารให้พร้อม นำโคเข้าคอกขุน ถ่ายพยาธิทั้งภายใน-นอก ฉีดวัคซีนตามที่กรมปศุสัตว์กำหนดให้ทำในพื้นที่นั้นๆ ระยะ 21 วันแรกเป็นระยะให้โคปรับตัวกับการกินอาหารข้น (Pretest) โดยให้อาหารดังนี้</p>
<ul>
<li>วันที่ 1 ให้โคกินอาหารข้น 1 ก.ก. ร่วมกับหญ้าสดหรือวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร</li>
<li>วันที่ 2 ให้โคกินอาหารข้น 2 ก.ก. ร่วมกับหญ้าสดหรือวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร</li>
<li>วันที่ 3 ให้โคกินอาหารข้น 3 ก.ก. ร่วมกับหญ้าสดหรือวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร</li>
<li>วันที่ 4 ให้โคกินอาหารข้น 4 ก.ก. ร่วมกับหญ้าสดหรือวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร</li>
<li>วันที่ 5 จนถึงวันที่ 21 ให้กินวันละ 4 ก.ก. ร่วมกับหญ้าสดหรือวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร</li>
<li>วันที่ 22 เป็นวันเริ่มต้นขุน ให้โคกินเต็มที่ ร่วมกับอาหารข้นและอาหารหยาบ</li>
</ul>
<p><span id="more-36368"></span></p>
<h2>การเลี้ยงขุน</h2>
<ol>
<li><strong>วันที่เริ่มขุนควรวัดรอบอกโคและเขียนรายละเอียดเกี่ยวกับโคขุน</strong> เช่น เบอร์ตัว วันเกิดโค (ถ้ามี) เบอร์พ่อ เบอร์แม่ พันธุ์โคที่ขุน ลงในบัตรหน้าคอกโคขุนเป็นรายตัว</li>
<li><strong>ให้อาหารข้นสำเร็จรูปมีโปรตีนไม่ต่ำกว่า 14%</strong> ร่วมกับหญ้าสดหรือวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร โดยให้โคกินเต็มที่ ควรให้กินอาหารครั้งละน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง อย่าน้อยควรให้วันละ 2 ครั้ง ในฤดูร้อนควรให้อาหารตอนเช้ามืดหรือตอนเย็นเมื่ออากาศเย็น จะทำให้โคกินอาหารได้มากขึ้น</li>
<li><strong>ต้องมีน้ำสะอาดให้โคกินตลอดเวลา</strong> โคจะกินน้ำวันละประมาณ 20-50 บลิตร ขึ้นอยู่กับขนาดโคและสภาพอากาศ อ่างน้ำควรทำความสะอาดอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ไม่ควรให้ถูกแดดจะทำให้น้ำมีความร้อน โคจะกินน้ำน้อยและทำให้กินอาหารได้น้อยลงด้วย</li>
<li><strong>โคที่โตช้าควรคัดออก</strong> เมื่อโคถ่ายมูลออกมาควรรีบตักออกโดยเร็ว จะทำให้คอกสะอาดอยู่เสมอ ควรล้างคอกเมื่อสกปรกมากเท่านั้น การอาบน้ำแปรงขนจะทำให้โคไม่เครียดและโตเร็ว การอาบน้ำและล้างคอกควรทำให้ช่วงบ่ายเพราะคอกจะแห้งเร็ว ไม่ชื้นแฉะ ซึ่งอาจทำให้โคปอดบวมได้ ไม่ควรปล่อยโคออกไปเดินแทะเล็มหญ้านอกคอกเพราะจะทำให้โคใช้พลังงานจากอาหารมากขึ้น น้ำหนักจะลดหรือโตช้าลง</li>
<li><strong>สังเกตว่าโคกินอาหารได้ตามปกติหรือไม่</strong> โคทีไม่กินอาหารควรฉีดวิตามิน บี 12 เพื่อช่วยกระตุ้นจะลินทรีย์ที่ช่วยย่อยเยื่อใยของอาหาร ให้แร่ธาตุที่มีโคบอลต์เพื่อเสริมการออกฤทธิ์ของวิตามิน บี</li>
<li><strong>โคที่กินอาหารข้นมากเกินไปจะเป็นกรด</strong>ในกระเพาะอาหารทำให้เบื่ออาหาร ท้องร่วงมีมูกเลือด หากโคเริ่มแสดงอาหารดังก่าวให้ลดอาหารข้นลง เพิ่มอาหารหยาบ เช่นหญ้า ให้กินมากขึ้น โคที่ป่วยไม่มากนักให้กรอกด้วยด่างเข้าทางปาก ด่างที่ใช้เช่น โซเดียมไบคาร์บอเนต 112 กรัม ผสมกับน้ำอย่างน้อย 600 มิลลิลิตร (หรือประมาณ 1 ขวดกลม) หลังจากนั้นอีกประมาณ 2-3 ชั่วโมง ให้กรอกอีกครั้งโดยใช้ด่างครึ่งหนึ่งของจำนวนดังกล่าว หรือใช้น้ำเกลือกแทงเข้าเส้นเลือดบริเวณคอ เพราะน้ำเกลือเข้าสู่ร่างกายจะออกฤทธิ์เป็นด่าง หากโคมีอาหารหนักมากให้ตามเจ้าหน้าที่หรือสัตวแพทญืมารักษา เพราะอาจต้องผ่าเปิดกระเพาะเอาอาหารข้นออกแล้วแทนที่ด้วยฟางหรืออิเล็กโทรไลต์ หลังจากนั้นต้องฉีดยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อ การฉีดแอนติฮีสตามินจะช่วยให้โคฟื้นตัวเร็วขึ้น โคที่เป็นเรื้อรังควรคัดออก</li>
<li><strong>โคที่มีการท้องอืด</strong> อาการที่เห็นชัดคือ สวาปด้านซ้ายพองเต่ง โคอึดอัดกระวนกระวายหายใจไม่ออก วิธีแก้ใหยกส่วนหน้าโคให้สูงหรือใช้สายยางขนาด 1/2 นิ้ว ยาวประมาณ 150 ซ.ม. แหย่เข้าไปในปากจนถึงกระเพาะ หรือใช้โทรคาแคนนูลาหรือไม้ไผ่ตัดเป็นปากฉลามขนาด 1/4 นิ้ว ยาว 7-8 นิ้ว แทงบริเวณกลางสวาปซ้าย กรณีที่มีฟองแก๊ซมากต้องกรอกปากโคด้วยน้ำมันพืชปริมาณ 0.5-1 ลิตร ทุกครึ่งชั่วโมง เมื่อรักาาหายแล้วควรหาสาเหตุเพื่อแก้ไขซึ่งอาจเกิดเนื่องจากได้กินหญ้าอ่อน พืชตะรกูลถั่ว ยูเรีย และอาหารข้นมากเกินไป หรืออาจเกิดจากการกินอาหารที่เน่าเสีย สารพิษ สารเคมี</li>
<li><strong>โคที่มีอาการซึม</strong> เบื่ออาหาร หายใจถึ่ หายใจไม่สะดวก มีน้ำมูกไหล อาจเป็นปอดบวม แก้ไขโดยให้โคอยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเท อยู่สบาย ให้ยาปฏิชีวนะ เช่น สเตรปโตมัยซิน เพนนิซิลลิน ออกซีเตตราซัยคลิน หรือนีโอมัยซิน เป็นต้น</li>
</ol>
<blockquote><p>ไม่ควรให้ฝูงโคจากภายนอกเข้ามาในบริเวณที่ขุนโค เพราะจะทำให้โคขุนติดโรคระบาดได้<br />
ควรวัดรอบอกโคอย่างน้อยเดือนละครั้งเพื่อจะได้ทราบการเจริญเติบโตของโค บันทึกความยาวรอบอกที่วัดเก็บไว้ด้วย</p></blockquote>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://taradko.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99/">การเตรียมโคก่อนขุน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://taradko.com">ตลาดโค.com (www.taradko.com) คือตลาดนัดออนไลน์ ซื้อ – ขาย แลกเปลี่ยน ประมูล โค กระบือ ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รวมสูตรอาหารสำหรับโคขุน-โคเนื้อ มีให้เลือกหลายสูตร เพิ่มไขมัน เพิ่มเนื้อ</title>
		<link>https://taradko.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%84/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 May 2018 17:50:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเลี้ยงโคขุน]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารโค]]></category>
		<category><![CDATA[โคขุน]]></category>
		<category><![CDATA[รวมสูตรอาหารสำหรับโคขุน]]></category>
		<category><![CDATA[สูตรอาหารสำหรับโคเนื้อ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://taradko.com/?p=2482</guid>

					<description><![CDATA[<p>รวมสูตรอาหารสำหรับโคขุน-โคเนื้อ มีให้เลือกหลายสูตร เพิ่มไขมัน เพิ่มเนื้อ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://taradko.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%84/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99/">รวมสูตรอาหารสำหรับโคขุน-โคเนื้อ มีให้เลือกหลายสูตร เพิ่มไขมัน เพิ่มเนื้อ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://taradko.com">ตลาดโค.com (www.taradko.com) คือตลาดนัดออนไลน์ ซื้อ – ขาย แลกเปลี่ยน ประมูล โค กระบือ ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" class="size-full wp-image-9646 aligncenter td-animation-stack-type0-2" src="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29025470_1615540221864363_4818158137783535024_n.jpg" sizes="(max-width: 679px) 100vw, 679px" srcset="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29025470_1615540221864363_4818158137783535024_n.jpg 679w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29025470_1615540221864363_4818158137783535024_n-212x300.jpg 212w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29025470_1615540221864363_4818158137783535024_n-297x420.jpg 297w" alt="" width="679" height="960" /> <img decoding="async" class="size-full wp-image-9647 aligncenter td-animation-stack-type0-2" src="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29025476_1615540211864364_2604948830044325893_n.jpg" sizes="(max-width: 679px) 100vw, 679px" srcset="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29025476_1615540211864364_2604948830044325893_n.jpg 679w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29025476_1615540211864364_2604948830044325893_n-212x300.jpg 212w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29025476_1615540211864364_2604948830044325893_n-297x420.jpg 297w" alt="" width="679" height="960" /> <img decoding="async" class="size-full wp-image-9648 aligncenter td-animation-stack-type0-1" src="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29025963_1615539788531073_2809328513409233807_n.jpg" sizes="(max-width: 679px) 100vw, 679px" srcset="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29025963_1615539788531073_2809328513409233807_n.jpg 679w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29025963_1615539788531073_2809328513409233807_n-212x300.jpg 212w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29025963_1615539788531073_2809328513409233807_n-297x420.jpg 297w" alt="" width="679" height="960" /> <img decoding="async" class="size-full wp-image-9649 aligncenter td-animation-stack-type0-1" src="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29026387_1615540095197709_1108638315661491059_n.jpg" sizes="(max-width: 679px) 100vw, 679px" srcset="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29026387_1615540095197709_1108638315661491059_n.jpg 679w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29026387_1615540095197709_1108638315661491059_n-212x300.jpg 212w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29026387_1615540095197709_1108638315661491059_n-297x420.jpg 297w" alt="" width="679" height="960" /> <img decoding="async" class="size-full wp-image-9650 aligncenter td-animation-stack-type0-1" src="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29027111_1615539995197719_8220980474232504651_n.jpg" sizes="(max-width: 679px) 100vw, 679px" srcset="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29027111_1615539995197719_8220980474232504651_n.jpg 679w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29027111_1615539995197719_8220980474232504651_n-212x300.jpg 212w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29027111_1615539995197719_8220980474232504651_n-297x420.jpg 297w" alt="" width="679" height="960" /> <img decoding="async" class="size-full wp-image-9651 aligncenter td-animation-stack-type0-1" src="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29028039_1615539858531066_6931102682016707994_n.jpg" sizes="(max-width: 679px) 100vw, 679px" srcset="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29028039_1615539858531066_6931102682016707994_n.jpg 679w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29028039_1615539858531066_6931102682016707994_n-212x300.jpg 212w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29028039_1615539858531066_6931102682016707994_n-297x420.jpg 297w" alt="" width="679" height="960" /> <img decoding="async" class="size-full wp-image-9652 aligncenter td-animation-stack-type0-1" src="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29028228_1615540348531017_113267479179602209_n.jpg" sizes="(max-width: 679px) 100vw, 679px" srcset="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29028228_1615540348531017_113267479179602209_n.jpg 679w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29028228_1615540348531017_113267479179602209_n-212x300.jpg 212w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29028228_1615540348531017_113267479179602209_n-297x420.jpg 297w" alt="" width="679" height="960" /> <img decoding="async" class="size-full wp-image-9653 aligncenter td-animation-stack-type0-1" src="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29063469_1615539785197740_3499999378501917654_n.jpg" sizes="(max-width: 679px) 100vw, 679px" srcset="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29063469_1615539785197740_3499999378501917654_n.jpg 679w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29063469_1615539785197740_3499999378501917654_n-212x300.jpg 212w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29063469_1615539785197740_3499999378501917654_n-297x420.jpg 297w" alt="" width="679" height="960" /> <img decoding="async" class="size-full wp-image-9654 aligncenter td-animation-stack-type0-1" src="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29066686_1615540015197717_2760760623637418455_n.jpg" sizes="(max-width: 679px) 100vw, 679px" srcset="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29066686_1615540015197717_2760760623637418455_n.jpg 679w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29066686_1615540015197717_2760760623637418455_n-212x300.jpg 212w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29066686_1615540015197717_2760760623637418455_n-297x420.jpg 297w" alt="" width="679" height="960" /> <img decoding="async" class="size-full wp-image-9655 aligncenter td-animation-stack-type0-1" src="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29066870_1615539868531065_4980964840545363096_n.jpg" sizes="(max-width: 679px) 100vw, 679px" srcset="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29066870_1615539868531065_4980964840545363096_n.jpg 679w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29066870_1615539868531065_4980964840545363096_n-212x300.jpg 212w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29066870_1615539868531065_4980964840545363096_n-297x420.jpg 297w" alt="" width="679" height="960" /> <img decoding="async" class="size-full wp-image-9656 aligncenter td-animation-stack-type0-1" src="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29067072_1615539911864394_6353957106926310573_n.jpg" sizes="(max-width: 679px) 100vw, 679px" srcset="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29067072_1615539911864394_6353957106926310573_n.jpg 679w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29067072_1615539911864394_6353957106926310573_n-212x300.jpg 212w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29067072_1615539911864394_6353957106926310573_n-297x420.jpg 297w" alt="" width="679" height="960" /> <img decoding="async" class="size-full wp-image-9657 aligncenter td-animation-stack-type0-1" src="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29101204_1615539915197727_2066536691528566673_n.jpg" sizes="(max-width: 679px) 100vw, 679px" srcset="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29101204_1615539915197727_2066536691528566673_n.jpg 679w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29101204_1615539915197727_2066536691528566673_n-212x300.jpg 212w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29101204_1615539915197727_2066536691528566673_n-297x420.jpg 297w" alt="" width="679" height="960" /> <img decoding="async" class="size-full wp-image-9658 aligncenter td-animation-stack-type0-1" src="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29101238_1615540255197693_7884163757863545557_n.jpg" sizes="(max-width: 679px) 100vw, 679px" srcset="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29101238_1615540255197693_7884163757863545557_n.jpg 679w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29101238_1615540255197693_7884163757863545557_n-212x300.jpg 212w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29101238_1615540255197693_7884163757863545557_n-297x420.jpg 297w" alt="" width="679" height="960" /> <img decoding="async" class="size-full wp-image-9659 aligncenter td-animation-stack-type0-1" src="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29101257_1615539928531059_72058823489437907_n.jpg" sizes="(max-width: 679px) 100vw, 679px" srcset="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29101257_1615539928531059_72058823489437907_n.jpg 679w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29101257_1615539928531059_72058823489437907_n-212x300.jpg 212w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29101257_1615539928531059_72058823489437907_n-297x420.jpg 297w" alt="" width="679" height="960" /> <img decoding="async" class="size-full wp-image-9660 aligncenter td-animation-stack-type0-1" src="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29102018_1615539755197743_6610578302246303676_n.jpg" sizes="(max-width: 679px) 100vw, 679px" srcset="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29102018_1615539755197743_6610578302246303676_n.jpg 679w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29102018_1615539755197743_6610578302246303676_n-212x300.jpg 212w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29102018_1615539755197743_6610578302246303676_n-297x420.jpg 297w" alt="" width="679" height="960" /> <img decoding="async" class="size-full wp-image-9661 aligncenter td-animation-stack-type0-1" src="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29133902_1615539845197734_8022683519263749433_n.jpg" sizes="(max-width: 679px) 100vw, 679px" srcset="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29133902_1615539845197734_8022683519263749433_n.jpg 679w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29133902_1615539845197734_8022683519263749433_n-212x300.jpg 212w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/05/29133902_1615539845197734_8022683519263749433_n-297x420.jpg 297w" alt="" width="679" height="960" /></p>
<p>ขอบคุณขอมูลจากเว็บไชต์ <a href="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/archives/9645">วิถีชีวิตเกษตรพอเพียง.com/archives/9645</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://taradko.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%84/%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99/">รวมสูตรอาหารสำหรับโคขุน-โคเนื้อ มีให้เลือกหลายสูตร เพิ่มไขมัน เพิ่มเนื้อ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://taradko.com">ตลาดโค.com (www.taradko.com) คือตลาดนัดออนไลน์ ซื้อ – ขาย แลกเปลี่ยน ประมูล โค กระบือ ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เคยลองยัง ”โยเนะซาวะ” เนื้อวัวสายพันธุ์ดีจากวัววากิว</title>
		<link>https://taradko.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%97%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%84/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b0/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 12 May 2018 17:13:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประเภทของโค]]></category>
		<category><![CDATA[โคขุน]]></category>
		<category><![CDATA[Wagyu]]></category>
		<category><![CDATA[YonezawaSushi]]></category>
		<category><![CDATA[วัววากิว]]></category>
		<category><![CDATA[โยเนะซาวะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://taradko.com/?p=2449</guid>

					<description><![CDATA[<p>เนื้อวัวของประเทศญี่ปุ่น เป็นเนื้อวัวที่มีคุณภาพและอาจเรียกได้ว่าเป็นเนื้อที่แพงที่สุดในโลก แต่วันนี้ผมมีอีกหนึ่งสายพันธุ์ดีจากพันธุ์วากิวที่อยากแนะนำ คือ เนื้อโยเนะซาวะ เนื้อวัวขึ้นชื่อจากโทโฮคุ หรือภาคอีสานของญี่ปุ่นนั่นเอง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://taradko.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%97%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%84/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b0/">เคยลองยัง ”โยเนะซาวะ” เนื้อวัวสายพันธุ์ดีจากวัววากิว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://taradko.com">ตลาดโค.com (www.taradko.com) คือตลาดนัดออนไลน์ ซื้อ – ขาย แลกเปลี่ยน ประมูล โค กระบือ ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" class="wp-image-8857 td-animation-stack-type0-2 alignright" src="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/04/WagyuTopclass.jpeg" sizes="(max-width: 893px) 100vw, 893px" srcset="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/04/WagyuTopclass.jpeg 2048w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/04/WagyuTopclass-300x200.jpeg 300w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/04/WagyuTopclass-768x512.jpeg 768w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/04/WagyuTopclass-1024x683.jpeg 1024w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/04/WagyuTopclass-696x464.jpeg 696w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/04/WagyuTopclass-1068x712.jpeg 1068w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/04/WagyuTopclass-630x420.jpeg 630w" alt="" width="455" height="303" /></p>
<p>เนื้อวัวของประเทศญี่ปุ่น เป็นเนื้อวัวที่มีคุณภาพและอาจเรียกได้ว่าเป็นเนื้อที่แพงที่สุดในโลก แต่วันนี้ผมมีอีกหนึ่งสายพันธุ์ดีจากพันธุ์วากิวที่อยากแนะนำ คือ เนื้อโยเนะซาวะ เนื้อวัวขึ้นชื่อจากโทโฮคุ หรือภาคอีสานของญี่ปุ่นนั่นเอง ถ้าพูดถึง เนื้อวัว แสนอร่อย ประเทศญี่ปุ่น เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีเนื้อวัวโด่งดังไม่แพ้หลายๆ เลยประเทศในโลกเลยนะครับ และถ้าให้พูดถึง เนื้อวัว ชื่อดัง แน่นอนว่าหลายคนมีหลายคำตอบในใจ ไม่ว่าจะเป็น เนื้อโกเบ เอย เนื้อมัตสึซากะ เอย เนื้อเกียวโต เอย แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเนื้อทั้งหลายเหล่านี้ล้วนมาจากวัววากิว</p>
<p><img decoding="async" class="wp-image-8854 aligncenter td-animation-stack-type0-2" src="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/04/YonezawaSushi.jpg" sizes="(max-width: 905px) 100vw, 905px" srcset="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/04/YonezawaSushi.jpg 1280w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/04/YonezawaSushi-300x200.jpg 300w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/04/YonezawaSushi-768x512.jpg 768w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/04/YonezawaSushi-1024x682.jpg 1024w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/04/YonezawaSushi-696x464.jpg 696w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/04/YonezawaSushi-1068x712.jpg 1068w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/04/YonezawaSushi-630x420.jpg 630w" alt="" width="905" height="603" /></p>
<blockquote>
<h4>YonezawaSushi</h4>
<p>ก่อนอื่นต้องขออธิบายก่อนนะครับ คำว่า <strong>วากิว (Wagyu)</strong> ในประเทศญี่ปุ่น มาจากการผสมกันของคำ 2 คำ คือ <strong>wa</strong> หมายถึง ประเทศญี่ปุ่น และ <strong>gyu</strong> หมายถึง โคหรือวัว นั่นเอง ดังนั้นเมื่อคำ 2 คำนี้มารวมกัน… ใช่เลยครับ! แปลตรงตัวได้เลยว่า วัวญี่ปุ่น โอ้โห! ชื่อแสดงความเป็นเจ้าของแบบสุดๆ งานนี้หากประเทศไหนจะคิดก็อปปี้นี่ยากเลยนะ ซึ่งเจ้าเนื้อพันธุ์ขึ้นชื่ออย่าง วากิว เนี่ย มีสายพันธุ์หลักๆ อยู่ 4 สายพันธุ์ แต่ว่าในแต่ละภูมิภาคของประเทศญี่ปุ่นจะมีการเลี้ยงวัววากิวแต่ละสายพันธุ์กันอยู่ทั่วไปมากมายเลยครับ แล้วแต่ละสายพันธุ์ก็จะถูกเลี้ยงกันในแต่ละภูมิภาค และก็จะมีชื่อเรียกตามชื่อสถานที่นั้นๆ หลากหลายชื่อกันเลยทีเดียวครับ ซึ่งในแต่ละภูมิภาคจะมีการเลี้ยงตามอุณหภูมิและให้อาหารตามพืชพันธุ์ที่โดดเด่นของแต่ละภูมิภาคนั้นๆ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมรสสัมผัสของเนื้อวัวแต่ละที่ออกมาแตกต่างกัน แม้จะมาจากวัววากิวเหมือนกัน ส่วนสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เนื้อวัววากิวเป็นเนื้อที่มีเอกลักษณ์ หลักๆ แล้วเป็นเนื้อวัวที่มีลักษณะเด่นอยู่ที่เนื้อนุ่มละมุนลิ้นละลายในปาดได้แม้ไม่ใช่เอ็มแอนด์แอ็ม เนื้อวัววากิวเป็นเนื้อวัวที่มีไขมันแทรกสูง ทั้งยังเต็มไปด้วยไขมันที่มีคุณภาพดีล้วนเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เนื่องจากมีสัดส่วนของกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงกว่าวัวพันธุ์อื่นๆ ซึ่งนอกจากจะไม่เป็นอันตรายต่อผู้ที่ชื่นชอบการทานเนื้ออย่างเราๆ แล้ว ยังเป็นไขมันชนิดที่ไม่เป็นไข คุณประโยชน์เหล่านี้เองทำให้เนื้อวัววากิวเป็นเนื้อวัวยอดนิยมในหมู่คนรักเนื้อ</p></blockquote>
<p><img decoding="async" class="wp-image-8855 td-animation-stack-type0-2 alignleft" src="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/04/Kobe_Beef_re.jpg" sizes="(max-width: 913px) 100vw, 913px" srcset="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/04/Kobe_Beef_re.jpg 700w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/04/Kobe_Beef_re-300x200.jpg 300w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/04/Kobe_Beef_re-696x463.jpg 696w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/04/Kobe_Beef_re-631x420.jpg 631w" alt="" width="511" height="340" /></p>
<p>วันนี้ผมอาสาพาไปชิมเนื้อชื่อดังจากโทโฮคุ ซึ่งโทโฮคุเป็นดินแดนฝั่งทิศตะวันออกเฉียงเหนือที่มีพื้นที่ครอบคลุมเกาะฮอนชูอยู่ถึง 1 ใน 4 เลยทีเดียว ซึ่งลักษณะภูมิสภาพของโทโฮคุจะถูกแบ่งโดยเทือกเขาเป็น 2 ด้าน ด้านหนึ่งคือ ฝั่งทะเลญี่ปุ่น จะมีอากาศหนาวเย็น หิมะตกหนักในฤดูหนาว ขณะที่อีกฝั่งจะเป็นฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกซึ่งจะมีอากาศอบอุ่นกว่า และ 1 ใน 4 ของข้าวที่ผลิตในญี่ปุ่นมาจากภูมิภาคนี้ครับ</p>
<p><img decoding="async" class="wp-image-8856 td-animation-stack-type0-2 alignright" src="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/04/sukiyakiBefore_re.jpg" sizes="(max-width: 927px) 100vw, 927px" srcset="http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/04/sukiyakiBefore_re.jpg 700w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/04/sukiyakiBefore_re-300x199.jpg 300w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/04/sukiyakiBefore_re-696x462.jpg 696w, http://xn--12cmh8bbc4da0bh2bc2a3d5edobk6sg.com/wp-content/uploads/2018/04/sukiyakiBefore_re-632x420.jpg 632w" alt="" width="535" height="355" /></p>
<p>และที่ภูมิภาคโทโฮคุ ยังมีจังหวัดที่มีชื่อเสียงในด้านฟาร์มวัวอย่าง จังหวัดยะมะกะตะ ซึ่งสภาพแวดล้อมของจังหวัดยะมะกะตะถือว่าจังหวัดที่เหมาะแก่การเลี้ยงวัวและยังเป็นแบบอย่างฟาร์มวัวที่ดีอีกที่หนึ่งเลยทีเดียว ส่วนเนื้อวัวเลื่องชื่อของจังหวัดนี้ก็คือ เนื้อวัวโยเนะซาวะ ซึ่งเป็นเนื้อวัวที่โด่งดังมานานของหนึ่งในเนื้อวัววากิวพันธุ์ขนดําระดับท็อปคลาสของญี่ปุ่นเลยนะครับ เรียกได้ว่าสามารถเทียบชั้นกับเนื้อมัตสึซากะหรือเนื้อโกเบเลยก็ว่าได้ ด้วยสภาพภูมิอากาศที่ผสมกันระหว่างร้อนจัดและหนาวจัดเช่นเดียวกับภูมิประเทศแบบที่ลุ่มและยังมีดินที่อุดมสมบูรณ์รอบๆ แม่น้ำโมกามิ ทำให้มีธัญพืชมากมายและยังเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะแก่การเติบโตของวัวอย่างยิ่ง ส่วนจุดเด่นที่แตกต่างของเนื้อชนิดนี้ คือ มีระดับไขมันที่สูงและความหวานของเนื้อบวกกับมีรสสัมผัสที่พร้อมจะละลายในปากที่คุณจะไม่มีวันลืม<br />
โดยที่จังหวัดยะมะกะตะมีร้านอาหารที่ทำจากเนื้อโยเนะซาวะอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น โอโคโนมิยากิ ซูชิ สุกี้ยากี้ สเต็ก ชาบู ร้านเนื้อย่าง ไม่เว้นกระทั่ง เอะกิเบน (อาหารกล่องประเภทหนึ่งที่ขายบนรถไฟ) ก็มีข้าวหน้าเนื้อโยเนะซาวะกิวเป็นที่นิยมไม่แพ้กัน การเดินทางไปชิมก็ง่ายแสนง่าย เพียงคุณไปลงที่สานี JR Yonezawa Station Car แล้วเดินเล่นกินลมชมวิวเพียงไม่กี่นาที แล้วหันซ้ายหันขวาคุณจะพบว่ามีร้านเนื้อโยเนะซาวะอยู่รอบกาย ก็แน่ล่ะครับ… มาถึงถิ่นโยเนะซาวะขนาดนี้ ไม่เจอเมนูเนื้อโยเนะซาวะอันเลืองชื่อก็แปลกแล้ว แต่ถ้าคุณมาถึงแล้วยังพลาดอีกเนี่ย บอกเลยครับว่าแปลกสุดๆ</p>
<p><strong>ที่มา:</strong> <a href="https://www.mushroomtravel.com" target="_blank" rel="noopener">https://www.mushroomtravel.com</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://taradko.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%97%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%84/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b0/">เคยลองยัง ”โยเนะซาวะ” เนื้อวัวสายพันธุ์ดีจากวัววากิว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://taradko.com">ตลาดโค.com (www.taradko.com) คือตลาดนัดออนไลน์ ซื้อ – ขาย แลกเปลี่ยน ประมูล โค กระบือ ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โคขุน และการเลี้ยงโคขุน</title>
		<link>https://taradko.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 May 2018 14:19:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเลี้ยงโคขุน]]></category>
		<category><![CDATA[โคขุน]]></category>
		<category><![CDATA[โคขุน และการเลี้ยงโคขุน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://taradko.com/?p=2432</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเลี้ยงโคที่ยังอายุน้อยให้เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาสั้นๆ โดยการให้อาหารแก่โคที่มีคุณค่าทางอาหารสูง ทั้งอาหารหยาบ และอาหารข้นอย่างเต็มที่ ในสภาพการเลี้ยงแบบขังคอกอย่างเดียวหรือร่วมกับการปล่อยแปลงหญ้า</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://taradko.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99/">โคขุน และการเลี้ยงโคขุน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://taradko.com">ตลาดโค.com (www.taradko.com) คือตลาดนัดออนไลน์ ซื้อ – ขาย แลกเปลี่ยน ประมูล โค กระบือ ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โคขุน และการเลี้ยงโคขุน </strong>หมายถึง การเลี้ยงโคที่ยังอายุน้อยให้เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาสั้นๆ โดยการให้อาหารแก่โคที่มีคุณค่าทางอาหารสูง ทั้งอาหารหยาบ และอาหารข้นอย่างเต็มที่ ในสภาพการเลี้ยงแบบขังคอกอย่างเดียวหรือร่วมกับการปล่อยแปลงหญ้า</p>
<h4>ผู้เลี้ยงโคขุนแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ</h4>
<ol>
<li><strong>ผู้เลี้ยงเพื่อผลิตลูกโคขุน</strong> หรือเรียก ฟาร์มพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ โดยจะเลี้ยงแม่พันธุ์โคเพื่อผลิตลูกโค เมื่อลูกโคหย่านม (7-8 เดือน) ก็จะขายให้แก่ผู้เกษตรกรรายอื่นเพื่อนำไปขุนหรือเลี้ยงเป็นพ่อแม่พันธุ์ต่อไป การเลี้ยงลักษณะนี้มักมีแม่พันธุ์หลายตัว และต้องใช้พื้นที่มากพอ</li>
<li><strong>ผู้เลี้ยงโคขุน</strong> เป็นการเลี้ยงโคขุนที่ได้จากการซื้อลูกโคหรือซื้อโคที่มีอายุน้อยจากแหล่งต่างๆ เพื่อนำมาเลี้ยงดูให้เติบโตอย่างรวดเร็ว มักเป็นการเลี้ยงแบบคอกหรือปล่อยแปลงหญ้า ซึ่งอาจใช้พื้นที่มากตามจำนวนที่เลี้ยงโค</li>
<li><strong>ผู้เลี้ยงวัวมัน</strong> เป็นการเลี้ยงโคขุนที่ใช้โคที่มีอายุมากหรือร่างกายซูบผอมที่หาซื้อจากแหล่งต่างๆ เพื่อนำมาเลี้ยงขุนให้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นก่อนส่งจำหน่าย การเลี้ยงลักษณะนี้จะเป็นการเพิ่มน้ำหนักโคที่เกิดจากฟื้นฟูโคให้มีกลับมาอ้วนหรือเป็นการเพิ่มไขมันเป็นหลัก เนื่องจากเป็นโคที่มีร่่างกายซูบผอมหรือมีอายุมากแล้ว</li>
</ol>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-41 td-animation-stack-type0-2" src="http://pasusat.com/wp-content/uploads/2015/01/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%82%E0%B8%B8%E0%B8%99.jpg" sizes="(max-width: 400px) 100vw, 400px" srcset="http://pasusat.com/wp-content/uploads/2015/01/โคขุน.jpg 400w, http://pasusat.com/wp-content/uploads/2015/01/โคขุน-300x225.jpg 300w" alt="โคขุน" width="400" height="300" /></p>
<h4>ประเภทธุรกิจโคขุน</h4>
<p><strong>1. แบ่งตามขนาดของกิจการ</strong><br />
– รายย่อย มักเลี้ยงโคขุนเพียง 2-10 ตัว โดยการใช้อาหารในท้องถิ่นหรืออาหารข้นที่เตรียมเอง รวมถึงการซื้อจากท้องตลาด มักใช้แรงงานในครอบครัวเป็นหลัก มีพื้นที่น้อย<br />
– ขนาดกลาง เลี้ยงโคขุน 30-50 ตัว ต้องใช้พื้นที่มาก ทั้งคอกโค และแปลงหญ้า มีการใช้อาหารข้นที่ผสมเอง และต้องจ้างแรงงาน<br />
– ขนาดใหญ่ มักเลี้ยงโคขุนมากกว่า 50 ตัว ขึ้นไป เป็นการเลี้ยงที่ต้องใช้พื้นที่มากทั้งคอก และแปลงหญ้า มีการใช้อาหารข้นที่ผสมเองเพื่อลดต้นทุน และใช้แรงงานคน รวมถึงการใช้เครื่องทุ่นแรงในการจัดการอาหาร</p>
<p><strong>2. แบ่งตามตลาด</strong><br />
– ตลาดขั้นสูง ต้องการเนื้อที่มีคุณภาพ คือ เป็นเนื้อโคที่มีอายุน้อย (ขุนแล้วอายุไม่เกิน 3 ปี) ได้รับการเลี้ยงดู และให้อาหารข้นในปริมาณมาก ไม่น้อยกว่า 5 เดือน โคที่นำมาเลี้ยงมักเป็นพันธุ์ที่มีการเจริญเติบโตดี เมื่อขุนเสร็จจะได้ราคาสูง<br />
– ตลาดชุมชน ตลาดประเภทนี้ต้องการโคที่อ้วน มีไขมันพอสมควร ไม่จำกัดอายุ ส่วนใหญ่จะใช้โคที่ปลดจากงาน มีเจริญเต็มที่แล้ว แต่ยังผอมอยู่ แล้วนำมาขุน 3-4 เดือน ด้วยอาหารข้นให้อ้วน ซึ่งส่วนน้ำหนักที่เพิ่มจะเป็นไขมันเป็นส่วนมาก เรียกโคประเภทนี้ว่า วัวมัน เนื้อมีราคาต่ำกว่าประเภทแรก แต่การเลี้ยงดูง่ายกว่า</p>
<h4>ข้อพิจารณาการเลี้ยงโคขุน</h4>
<p><strong>พันธุ์โคขุน</strong><br />
แหล่งของโคที่นำมาขุน อาจได้จากลูกโคในคอกผู้เลี้ยงเองหรือซื้อลูกโคจากแหล่งขายโคต่างๆ เช่น ตลาดนัดโค-กระบือ</p>
<p><strong>1. โคพันธุ์พื้นเมือง</strong><br />
เป็นโคที่เนื้อมีไขมันน้อย ไม่เป็นที่นิยมเลี้ยง เนื่องจากมีอัตราการเติบโตต่ำ น้ำหนักโคเมื่อขุนเสร็จประมาณ 380 กิโลกรัม ได้เปอร์เซ็นต์ซากประมาณ 51%<br />
– เริ่มขุนที่น้ำหนัก 150 กิโลกรัม จะใช้เวลาขุน 1 ปี<br />
– เริ่มขุนที่น้ำหนัก 200 กิโลกรัม จะใช้เวลาขุน 7-8 เดือน<br />
– เริ่มขุนที่น้ำหนัก 250 กิโลกรัม ใช้เวลา 5-6 เดือน</p>
<p><strong>2. โคลูกผสมบราห์มันพื้นเมือง</strong><br />
มีเลือดบราห์มันประมาณ 50-85 เปอร์เซ็นต์ มีไขมันแทรกปานกลาง น้ำหนักเมื่อขุนเสร็จประมาณ 450 กิโลกรัม มีเปอร์เซ็นต์ซากประมาณ 56%<br />
– เริ่มขุนที่น้ำหนัก 150 กิโลกรัม จะใช้เวลาขุน 10-12 เดือน<br />
– เริ่มขุนที่น้ำหนัก 200 กิโลกรัม จะใช้เวลาขุน 8-9 เดือน<br />
– เริ่มขุนที่น้ำหนัก 250 กิโลกรัม จะใช้เวลาขุน 5-6 เดือน</p>
<p><strong>3. โคลูกผสมสามสายเลือด</strong><br />
โคที่มีเลือดผสมสามสายพันธุ์ ได้แก่<br />
– บราห์มัน พื้นเมือง และชาร์โรเล่ส์<br />
– บราห์มัน พื้นเมือง และลิมัวซิน<br />
– บราห์มัน พื้นเมือง และซิมเมนทัล</p>
<p>ลักษณะที่ดีของโคพันธุ์ผสมนี้ คือ เลี้ยงง่าย เติบโตเร็ว มีคุณภาพซากดี มีเนื้อมาก ไขมันน้อย นิยมเลี้ยงมาก คือ พันธุ์ผสมของชาร์โรเล่ส์ รองลงมา คือ พันธุ์ผสมของลิมัวซิน เนื่องจากพันธุ์ผสมของชาร์โรเล่ส์มีขนาดใหญ่กว่า และเติบโตดีกว่า<br />
– เริ่มขุนที่น้ำหนัก 150 กิโลกรัม จะใช้เวลาขุน 10-12 เดือน<br />
– เริ่มขุนที่น้ำหนัก 250 กิโลกรัม จะใช้เวลาขุน 6 เดือน</p>
<p><strong>4. ลูกโคนม และแม่โคที่คัดทิ้ง</strong><br />
โคนมคัดทิ้งจะเป็นลูกโคเพศผู้ และแม่โคนมที่มีอายุมากแล้ว เนื่องจากไม่สามารถผลิตน้ำนมได้ พันธุ์ที่นิยมเลี้ยง ได้แก่ พันธุ์เรดเดน และโฮลสไตน์ฟรีเชียน (ขาวดำ) เป็นโคมีคุณภาพซากไม่ดีนัก ให้เนื้อสะโพกเล็ก และเนื้อเหลว แต่มีราคาถูกกว่าโคพันธุ์อื่นๆ เมื่อรับซื้อมาขุน</p>
<p>5. โคพันธุ์ผสมอินดูบราซิล<br />
เป็นโคที่มีเลือดผสมอินดูบราซิล นิยมเลี้ยงมากที่สุดในภาคอีสาน เป็นโคที่มีโครงร่างใหญ่ รูปร่างสวยงาม ใบหูใหญ่ ยาว นิยมนำมาขุนทั้งตัวเมีย และตัวผู้ที่มีสายเลือดอินดูบราซิลน้อย รูปร่างไม่สวยงาม ตัวไม่ใหญ่ ส่วนตัวผู้ และตัวเมียที่มีสายเลือดอินดูบราซิลมาก รูปร่างใหญ่ รูปทรงสวยงามจะใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์เป็นหลัก</p>
<h4>อายุโค</h4>
<p>การขุนโคเนื้อ มักใช้โคที่จะขุนอายุระหว่างหย่านมจนถึง 1 ปี ทั้งนี้ จำเป็นต้องดูลักษณะภายนอก เช่น การพิจารณารูปร่าง ต้องมีความใหญ่ มีลักษณะไม่ผอมโซจนเกินไป เพราะโคอาจจะอยู่ในสภาวะโรคร้าย หรือมีพยาธิรบกวนมาก หรือขาดอาหารจนอยู่ในสภาพที่ขุนไม่ขึ้นแล้ว นอกจากนั้น ยังมีองค์ประกอบอื่นให้นำมาร่วมพิจารณา คือ</p>
<ol>
<li>ลูกโคหลังหย่านม (อายุระหว่าง 8-16 เดือน) จนถึงอายุปีเศษ จะมีอัตราการเจริญเติบโตสูง<br />
และตอบสนองต่ออาหารสูงสุด จะทำให้ผู้ทำการขุนได้กำไรสูง โคที่มีอายุต่ำกว่านี้จะมีปัญหาในการเลี้ยงดูมาก และมีอัตราการตายสูง</li>
<li>ถ้าลูกโคได้รับอาหารอย่างเต็มที่มาตั้งแต่แรกคลอดอย่างต่อเนื่อง อัตราการเจริญเติบโตต่อวันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และจะสูงสุดเมื่อถึงอายุ 1 ปี จากนั้นอัตราการเจริญเติบโตจะเริ่มลดลง จนเมื่ออายุ 4-5 ปี หรือเต็มวัย อัตราการเจริญเติบโตจะลด น้ำหนักตัวจะเริ่มต่ำลง กรณีที่ซื้อโคที่อ้วนแล้วมาขุนจึงควรเลือกลูกโคที่มีอายุไม่เกิน 1 ปีจะดีที่สุด</li>
<li>ถ้าหากว่าโคที่ซื้อมาขุนอยู่ในลักษณะผอม ไม่แคระแกร็น โคที่อายุ 2 ปี อัตราการเจริญเติบโตต่อวันจะมากกว่าโคอายุ 1 ปี และโคอายุ 1 ปี จะมีอัตราการเจริญเติบโตต่อวันสูงกว่าโคที่หย่านมแล้ว</li>
<li>โคอายุ 2 ปี ซึ่งมีอัตราการเจริญเติบโตต่อวันสูง บางครั้งเมื่อมองในแง่เศรษฐกิจแล้วมิใช่ว่าจะดีกว่าโคหย่านมเสมอไป เพราะโคอายุ 2 ปี ประสิทธิภาพในการใช้อาหารด้อยกว่าโคที่หย่านม หรือจะกินอาหารมากกว่าโคหย่านมในการเปลี่ยนน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมเท่ากัน ดังนั้น ความสิ้นเปลืองอัตราการเจริญเติบโตต่อวันจึงไม่ได้เป็นปัจจัยที่สำคัญมากนักในแง่ของกำไรหรือขาดทุน</li>
<li>กำไรจากส่วนต่างราคาหลังขุน เช่น ซื้อลูกโคมาขุนในราคา 15 บาท/กิโลกรัม เมื่อขุนเสร็จ ขายได้ในราคา25 บาท/กิโลกรัม ซึ่งเิกิดจากการประเมินราคาจากรูปร่าง และน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความผันแปรทางด้านราคาเนื้อโคที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวันหรือความแตกต่างของราคาเนื้อโคในแต่ละท้องถิ่น</li>
<li>โคอายุมาก มักมีปัญหาในการเลี้ยงดูน้อยกว่า ถ้าเพิ่งเริ่มต้นเลี้ยง และยังมีประสบการณ์น้อย ควรขุนโคใหญ่ก่อน เพราะโคใหญ่จะเลี้ยงขุนง่าย อัตราการเติบโตดี และไม่พบปัญหาในเรื่องโรค</li>
<li>โคที่ใช้ขุนเพื่อส่งตลาดที่ได้จากการขุนลูกโค ควรมีอายุน้อยกว่า 3 ปี เนื่องจากจะมีคุณภาพเนื้อที่ดีมาก แต่หากเป็นโคหนุ่มหรือโคที่มีอายุมากจะไม่จำกัดอายุ</li>
<li>ถ้าตลาดรับซื้อโคต้องการเนื้อโคที่ติดไขมันสีเหลือง ผู้เลี้ยงก็จะต้องซื้อหรือจัดหาโคที่มีอายุมาก คือ 4 ปี ขึ้นไปมาเลี้ยง แต่ไม่ควรนำโคที่มีอายุมากเกินไปมาขุน เพราะสุขภาพไม่ดี ขุนไม่ขึ้นมีโอกาสขาดทุนมาก</li>
<li>การขุนโคใหญ่ใช้เวลาน้อยกว่าการขุนโคเล็ก เช่น โคเต็มวัย ใช้เวลาขุนนานประมาณ 3 เดือน โค 2 ปี ใช้เวลาขุนนานประมาณ 4 เดือน โค 1 ปีครึ่ง ใช้เวลาขุนนานประมาณ 6 เดือน โค 1 ปี ใช้เวลาขุนนาน 8 เดือน และโคหย่านมใช้เวลาขุนประมาณ 10 เดือน ถ้าตลาดระยะสั้นดี หรือต้องการผลตอบแทนเร็ว ต้องขุนโคขนาดใหญ่ แต่ถ้าตลาดระยะยาวดี หรือตลาดยังไม่แน่นอน ควรขุนโคอายุน้อย เพื่อประวิงเวลา ซึ่งโคจะเติบโตไปได้เรื่อยๆ ส่วนโคใหญ่จะเจริญเติบโตช้าค่อนข้างมาก</li>
<li>โคเล็กต้องการอาหารที่มีระดับโปรตีนสูงกว่าโคอายุมาก ซึ่งอาหารที่มีระดับโปรตีนสูงมีราคาแพงกว่าอาหารที่มีระดับโปรตีนต่ำกว่า</li>
<li>โคอายุน้อยต้องการอาหารที่มีโปรตีนสูง และอาหารหยาบคุณภาพดี ดังนั้นถ้าปลูกหญ้าที่มีคุณภาพสูง หรือมีหญ้าสดมากก็สามารถขุนโคเล็กได้ แต่ถ้ามีฟางมาก หรือมีแต่ฟางควรขุนโคใหญ่</li>
<li>ถ้าอาหารข้นมีราคาถูก ควรขุนโคตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ถ้าอาหารข้นมีราคาแพง ควรขุนโคใหญ่น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 250 กิโลกรัมเมื่อเริ่มเข้าขุน เพราะจะใช้เวลาสั้นกว่าโคที่มีอายุน้อย หรือเพื่อลดระยะเวลาการขุน</li>
</ol>
<h4>เพศโค</h4>
<p>โดยทั่วไป การเลี้ยงโคขุนเพื่อผลิตเนื้อ เมื่อคำนึงถึงผลกำไรสูงสุดแล้ว ส่วนใหญ่นิยมการขุนโครุ่นเพศผู้ที่ตอนมากกว่าโครุ่นเพศผู้ที่ไม่ตอน ส่วนโคเพศเมียจะเป็นโครุ่น รวมถึงต้องพิจารณาปัจจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ดังนี้</p>
<ol>
<li> กฎหมายเมืองไทยห้ามฆ่าโคเพศเมียเด็ดขาด เว้นแต่จะได้รับหนังสือรับรองว่าเป็นหมันไม่สามารถให้ลูกได้</li>
<li> โคเพศผู้มีเปอร์เซ็นต์ซากและคุณภาพซากมากกว่าโคเพศเมียเมื่อขุนเสร็จ</li>
<li>โคเพศผู้มีอัตราการเจริญเติบโตมากกว่าโคเพศเมียเมื่ออายุเท่ากัน และโครุ่นเพศผู้ไม่ตอน มีอัตราการเจริญเติบโตต่อวันสูงกว่าโครุ่นเพศผู้ตอน 5-10 เปอร์เซ็นต์ ทั้งยังมีประสิทธิภาพการใช้อาหารสูงกว่า 3-5 เปอร์เซ็นต์</li>
<li>โคเพศผู้มีโครงสร้างใหญ่กว่าโคเพศเมียเมื่ออายุเกินกว่าปีครึ่ง และโครุ่นเพศผู้ตอนจะมีอัตราการเจริญเติบโตต่อวันสูงกว่าโครุ่นเพศเมีย 10-15 เปอร์เซ็นต์</li>
<li>โคเพศผู้เลี้ยงขุนทำกำไรให้แก่ผู้เลี้ยงมากกว่าโคเพศเมีย แต่ราคาโครุ่นเพศเมีย (ไม่ใช่โคแม่พันธุ์) ที่ซื้อมาขุนมักจะถูกกว่าโครุ่นเพศผู้ แต่เมื่อขุนเสร็จแล้วก็มักจะขายได้ราคาต่ำกว่าโครุ่นเพศผู้เช่นกัน</li>
<li>โครุ่นเพศเมียเริ่มสะสมไขมันและโตเต็มที่ก่อนโครุ่นเพศผู้ประมาณ 1 เดือน ทำให้ส่งตลาดได้เร็วกว่า แต่ซากจะมีขนาดเล็กไม่เป็นที่ต้องการของตลาด</li>
<li>โคเพศเมียมีปัญหาเรื่องการเป็นสัดและการตั้งท้องในขณะขุน ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยการตอน แต่การตอนโคเพศเมียทำได้ยากและต้องอาศัยความชำนาญ เพราะต้องใช้วิธีผ่าตัด</li>
<li>แม้ว่าโครุ่นเพศผู้ไม่ตอนจะมีอัตราการเจริญเติบโตและประสิทธิภาพการใช้อาหารสูงที่สุด แต่การเลี้ยงโคขุนเมื่อขังรวมกันหลายๆตัว จะมีปัญหาเรื่องความคึกคะนอง ขวิดกัน</li>
<li>ตลาดเนื้อเกรด 1 หรือตลาดเนื้อชั้นสูง ต้องการเนื้อที่มีไขมันแทรก ดังนั้นจึงไม่สามารถใช้โคเพศผู้ที่ไม่ตอนได้</li>
<li>ตลาดเนื้อพื้นบ้านทั่วไปนิยมเนื้อที่มีไขมันสีเหลืองเข้มหุ้มซากหนาๆ จึงต้องการโคเพศผู้ตอน หรือโคเพศเมียที่มีอายุมาก หรือ “โคมัน” โดยให้ราคาสูงกว่าโคเพศผู้ไม่ตอน ส่วนตลาดเนื้อที่ใช้สำหรับทำลูกชิ้นต้องการเนื้อที่ไม่มีไขมันและสีเข้ม จึงนิยมใช้โคเพศผู้ไม่ตอน</li>
</ol>
<h4>สภาพโค</h4>
<p>โคที่นำมาขุน ถ้าเป็นโค 1 ปี ควรคัดเลือกโคที่มีสภาพสมบูรณ์ ไม่ควรเป็นโคผอม เพราะมีโอกาสที่จะแคระแกร็น หรือขุนไม่ขึ้น เนื่องจาก โคทั่วไปจะมีอัตราการเติบโตมากในช่วงอายุ 1-2 ปี หลังจากนั้น อัตราการเติบโตจะค่อยๆลดลง</p>
<p>ส่วนโคที่มีอายุ 2 ปี โครงร่างได้ขยายใหญ่พอสมควรแล้ว ดังนั้น จึงสามารถคัดเลือกตัวที่มีลักษณะผอม แต่โครงร่างใหญ่นำมาขุนได้ เพราะหลังจากได้รับอาหารอย่างเพียงพอ โคจะมีอัตราการเจริญเติบโตแบบชดเชย และมีประสิทธิภาพการใช้อาหารจะสูงกว่าโคอ้วน การซื้อโคอายุ 2 ปี สามารถช่วยประหยัดเงินได้มาก และช่วยให้ได้กำไรจากส่วนต่างราคามากกว่าโคอ้วนเพราะราคาเนื้อโคก่อนขุน และหลังขุนมีราคาต่างกัน</p>
<h4>การคัดเลือกโคเข้าขุน</h4>
<p>การคัดเลือกโคมาขุน ควรยืนอยู่ห่างจากโคประมาณ 6-7 เมตร แล้วพิจารณาโคจากลักษณะภายนอก ดังนี้</p>
<ol>
<li>เลือกโคที่มีกระดูกหน้าแข้งใหญ่ ขนาดของกระดูกมีความสัมพันธ์ทางบวกกับปริมาณเนื้อโค คือ โคที่มีกระดูกใหญ่จะมีโครงร่างใหญ่ และมีเนื้อมากด้วย เพราะกระดูกเป็นตัวเกาะยึดของกล้ามเนื้อ ความจริงแล้วกระดูกมีราคาต่ำ แต่การเพิ่มเนื้อของโคที่มีกระดูกใหญ่เมื่อเปรียบเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วจะมากกว่าการเพิ่มน้ำหนักของกระดูก และโคที่มีกระดูกใหญ่จะมีอัตราการเจริญเติบโต และประสิทธิภาพการเปลี่ยนอาหารดีกว่าด้วย ส่วนโคที่มีกระดูกหน้าแข้งเล็ก แสดงว่าโคตัวนั้นมีกระดูกและโครงร่างเล็ก</li>
<li>ระยะห่างระหว่างกระดูกเชิงกรานกับกระดูกก้นกบมาก ทำให้โคตัวนี้มีสัดส่วนสะโพกยาว และมีเนื้อส่วนที่มีราคาแพงมาก ส่วนโคที่มีระยะห่างระหว่างกระดูกเชิงกรานกับกระดูกก้นกบน้อย เป็นโคที่มีสะโพกสั้น และมีเนื้อส่วนที่ขายได้ราคาแพงน้อย</li>
<li>กระดูกก้นกบควรอยู่สูงและห่างจากกันมากๆ เป็นผลให้มีเนื้อส่วนท้ายมาก ซึ่งเนื้อส่วนท้ายมีราคาแพงเช่นกัน ถ้ากระดูกก้นกบอยู่ไม่ห่างกัน เนื้อส่วนท้ายจะน้อย</li>
<li>แนวสันหลังตรง และยาว หรืออีกนัยหนึ่งคือ ลำตัวยาว และลำตัวไม่ลึกนัก ซึ่งปกติส่วนครึ่งล่างของกลางลำตัวโคจะมีเนื้อน้อยและราคาต่ำ</li>
</ol>
<h4>การตอน</h4>
<p>การตอน เป็นวิธีทำให้โคไม่สามารถสร้างฮอร์โมนเพศได้ เพื่อจุดประสงค์ทำให้โคมีน้ำหนักเพิ่มได้เร็ว รวมถึงเหตุผลอื่น ได้แก่</p>
<ol>
<li>เพื่อความสะดวกในการเลี้ยงดู กล่าวคือ ถ้าเลี้ยงโคที่ไม่ได้ตอนหลายตัวในคอกเดียวกันจะเกิดปัญหาขวิดกันเป็นแผล และคอกพัง ถ้าตอนแล้วปัญหานี้จะลดน้อยลง</li>
<li>ทำตามตลาดต้องการ กล่าวคือ ตลาดชั้นสูงและตลาดพื้นบ้านในภาคกลาง จะต้องการเนื้อโคที่มีไขมันมาก โคที่ไม่ตอนจะไม่มีไขมันหรือถ้ามีก็น้อยมาก ไม่เป็นที่ต้องการของตลาด อย่างไรก็ตามโคในภาคใต้หรือตลาดมาเลเซีย นิยมโคที่ไม่ตอนมากกว่าโคที่ตอนแล้ว</li>
</ol>
<p>การตอนโคควรทำตั้งแต่เริ่มขุน ถ้าหากทำการตอนระยะหลังเมื่อโคอ้วนแล้วจะทำให้โคบอบช้ำมาก และอาจจะชะงักการการเติบโตไประยะหนึ่ง</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-42 td-animation-stack-type0-2" src="http://pasusat.com/wp-content/uploads/2015/01/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%84.jpg" sizes="(max-width: 320px) 100vw, 320px" srcset="http://pasusat.com/wp-content/uploads/2015/01/การตอนโค.jpg 320w, http://pasusat.com/wp-content/uploads/2015/01/การตอนโค-300x225.jpg 300w" alt="การตอนโค" width="320" height="240" /></p>
<p><strong>อาหาร และการให้อาหาร</strong><br />
<strong>1. อาหารข้น</strong><br />
อาหารข้นเป็นสิ่งจำเป็นในการเลี้ยงโคขุน เนื่องจากเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่สูงมากกว่าอาหารปกติที่โคกิน เช่น อาหารหยาบทั่วไป เนื่องจาก การขุนโคมีระยะการเลี้ยงขุนเพียงไม่กี่เดือน ซึ่งต้องทำให้โคมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นให้เร็วที่สุด อาหารขั้นอาจได้จากอาหารสำเร็จรูปตามท้องตลาด และการหาวัตถุดิบมาผสมเอง แต่โดยทั่วไปเกษตรกรมักหาแหล่งวัตถุดิบมาผสมเป็นอาหารข้นใช้เอง  เช่น ข้าวโพด รำ และปลายข้าว กากมันสำปะหลัง กระดูกป่น กากถั่วเหลือง กากถั่วลิสง ใบกระถิน ยูเรีย รวมถึงผงแร่ธาตุ เช่น แคลเซียม และฟอสฟอรัส เป็นต้น</p>
<p>การผสมอาหารข้น ควรนำเอาวัตถุดิบที่ใช้น้อยเช่น ยูเรีย เกลือ กระดูกป่น และวิตามิน ผสมกับอาหารประเภทพลังงานเพียง 20-30 กิโลกรัม ก่อน แล้วค่อยนำส่วนผสมอื่นเข้าผสม เพื่อให้วัตถุดิบที่มีปริมาณน้อยกระจายในวัตถุดิบอื่นได้อย่างทั่วถึง</p>
<p><strong>การจัดเตรียมอาหารข้น</strong><br />
อาหารข้นประกอบด้วย อาหารประเภทพลังงาน อาหารประเภทโปรตีน เกลือแร่ วิตามิน และสารเสริมต่างๆ วัตถุดิบที่ต้องใช้ปริมาณมากที่สุด คือ อาหารพลังงาน เช่น ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ปลายข้าว รำ และมันสำปะหลัง การที่จะเลือกใช้ชนิดใดนั้น ขึ้นกับราคาในขณะนั้น และความสะดวกในการจัดหา</p>
<p>สำหรับอาหารโปรตีนที่นิยมใช้ คือ ใบกระถิน และยูเรีย แต่การใช้ยูเรียมีข้อจำกัด คือ สามารถใช้ยูเรียได้ไม่เกิน 3 เปอร์เซ็นต์ของอาหารข้น และต้องผสมให้เข้ากันดี มิฉะนั้นแล้ว ถ้าโคตัวใดได้รับยูเรียเข้าไปมากเกินไปก็จะถึงตายได้ และควรใช้กับโคที่มีตั้งแต่อายุ 7 เดือนขึ้นไป ส่วนเกลือป่น และกระดูกป่น จำเป็นต้องมีอยู่ในอาหารข้นประมาณ 1-2 เปอร์เซ็นต์ ถ้าโคกินฟางเป็นอาหารหลัก อาจเพิ่มแคลเซียมจากเปลือกหอย หรือปูนมาร์ล 0.5% วิตามินส่วนใหญ่จุลินทรีย์ในกระเพาะสามารถสังเคราะห์ขึ้นมาอย่างเพียงพอ ยกเว้นวิตามินเอซึ่งร่างกายต้องการในปริมาณมาก อาจต้องเสริมลงในอาหารข้นบ้าง แต่ถ้าโคกินหญ้าสด หรืออาหารข้นที่มีข้าวโพด และใบกระถินอยู่พอควรก็ไม่ต้องเติม ส่วนรำเป็นอาหารที่ดี แต่มีปัญหาเรื่องการหืน จึงไม่ควรใช้รำเกิน 30 เปอร์เซ็นต์ ข้าวโพด และข้าวฟ่างที่ใช้ผสมอาหารควรบดเพียงหยาบๆ หรือเพียงบีบให้แบนยิ่งดี</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-43 td-animation-stack-type0-2" src="http://pasusat.com/wp-content/uploads/2015/01/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%99.jpg" sizes="(max-width: 350px) 100vw, 350px" srcset="http://pasusat.com/wp-content/uploads/2015/01/อาหารข้น.jpg 350w, http://pasusat.com/wp-content/uploads/2015/01/อาหารข้น-300x225.jpg 300w" alt="อาหารข้น" width="350" height="263" /></p>
<p><strong>2. อาหารหยาบ</strong><br />
หญ้าสด คือ อาหารหยาบที่เป็นอาหารหลักของโค โดยหญ้าสดเป็นแหล่งเยื่อใยที่ช่วยระบบย่อยอาหาร แหล่งวิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ และจำเป็นอย่างยิ่งที่โคต้องกินหญ้าในทุกวัน เนื่องจาก หญ้าเป็นแหล่งอาหารสำคัญของจุลินทรีย์ในกระเพาะของโค หญ้าสดควรหญ้าอ่อนมีอายุประมาณ 15 ถึง 21 วัน</p>
<p>แหล่งของหญ้าอาจเป็นหญ้าที่หาได้จากท้องไร่ปลายนา โดยเฉพาะในฤดูฝนจะมีปริมาณที่เพียงพอ และหาได้ง่าย แต่หากเป็นฤดูแล้งมักจะขาดแคลน ทั้งนี้ สามารถแก้ปัญหาด้วยการปลูกหญ้าในแปลง แต่อาจต้องใช้น้ำเพื่อการดูแลมากขึ้น โดยเฉพาะในฤดูแล้ง หญ้าที่ควรปลูกเลี้ยงโคขุน คือ หญ้าขน หญ้ารูซี่ และหญ้ากินนี</p>
<p>นอกจากนั้น วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรหรือใบพืชบางชนิดก็ถือเป็นแหล่งอาหารหยาบที่สามารถหาได้ง่าย เช่น ฟางข้าว เปลือกสับปะรด ใบข้าวโพด ใบกระถิน ใบมันสำปะหลัง ยอดอ้อย ต้นกล้วย เป็นต้น ซึ่งอาหารเหล่านี้ก็สามารถทดแทน และเป็นแหล่งอาหารเสริมจากหญ้าได้เป็นอย่างดี</p>
<p><strong>3. กากน้ำตาล</strong><br />
กากน้ำตาลเป็นผลพลอยได้จากการหีบอ้อย ซึ่งกากน้ำตาลอุดมไปด้วยอาหารประเภทแป้ง มีรสหวาน สัตว์ชอบกิน แต่มีโปรตีนน้อยมาก การให้โคกินจะไม่ให้ผสมกับน้ำ แต่จะใช้ราดใส่ในอาหารหยาบหรืออาหารข้น เช่น ราดผสมฟาง ราดผสมกับอาหารข้น เป็นต้น</p>
<p>กากน้ำตาลให้พลังงานสูง แต่ไม่ควรให้เกิน 20% เพราะจะทำให้โคท้องร่วง เนื่องจากมีโพแทสเซียมอยู่มาก มันสำปะหลังเป็นอาหารที่โคชอบกินมาก ส่วนสารเสริมต่างๆ ได้แก่ สารเร่งการเจริญเติบโต เช่น รูเมนซิน และยาปฏิชีวนะ ก็อาจใช้ตามความจำเป็น</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-44 td-animation-stack-type0-2" src="http://pasusat.com/wp-content/uploads/2015/01/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A5.jpg" sizes="(max-width: 350px) 100vw, 350px" srcset="http://pasusat.com/wp-content/uploads/2015/01/กากน้ำตาล.jpg 350w, http://pasusat.com/wp-content/uploads/2015/01/กากน้ำตาล-300x225.jpg 300w" alt="กากน้ำตาล" width="350" height="263" /></p>
<h4>ประโยชน์ของกากน้ำตาล</h4>
<p><strong>ลูกโค (ยังไม่หย่านม)</strong><br />
-น้อยมาก<br />
-มีโปรตีนต่ำ แนะนาให้ใช้ราอ่อนแทนจะดีกว่า ถ้าจะให้ลูกโคกินกากน้ำตาล ห้ามผสมกับยูเรีย</p>
<p><strong>โครุ่นและแม่โครีดนม</strong><br />
-น้อยมาก<br />
-มีโปรตีนต่ำ แนะนาให้ใช้อาหารเม็ด หรือ ราแทน</p>
<p><strong>โคขุน (ระยะแรก)</strong><br />
– น้อยมาก<br />
– โคต้องการโปรตีนมาก เพื่อสร้างกระดูก และกล้ามเนื้อ</p>
<p><strong>โคขุน (ตั้งแต่ 4-5เดือนขึ้นไป)</strong><br />
– มาก<br />
– ช่วยเพิ่มไขมันแทรกในเนื้อ แนะนำให้โคกินกากน้ำตาลตามใจชอบ โดยค่อยๆเพิ่มทีละน้อย</p>
<p><strong>4. แร่ธาตุก้อน</strong><br />
นอกจากอาหารหลักที่เป็นแป้ง โปรตีน ไขมัน และวิตามิน แล้ว การเลี้ยงโคขุนจำเป็นต้องเสริมแร่ธาตุให้แก่โคด้วย เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก ทองแดง เป็นต้น เพื่อเสริมการทำงานของร่างกาย และส่งเสริมการเจริญเติบโต รวมทั้งกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย</p>
<p>วิธีการเสริมแร่ธาตุ<br />
จัดหาแร่ธาตุก้อนห้อยไว้เหนือรางอาหาร เพื่อให้โคเลียกิน แต่หากไม่มีแร่ธาตุก้อน ให้เสริมเกลือผสมกับอาหารหรือใช้แร่ธาตุผงผสม</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-46 td-animation-stack-type0-2" src="http://pasusat.com/wp-content/uploads/2015/01/%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B9%88.jpg" sizes="(max-width: 350px) 100vw, 350px" srcset="http://pasusat.com/wp-content/uploads/2015/01/ก้อนแร่.jpg 350w, http://pasusat.com/wp-content/uploads/2015/01/ก้อนแร่-300x224.jpg 300w" alt="ก้อนแร่" width="350" height="262" /></p>
<h4>อาหารที่เป็นพิษ</h4>
<ol>
<li><strong>ข้าวนึ่ง</strong><br />
โคชอบกินข้าวนึ่ง เนื่องจากเป็นแป้งสุกที่ทีรสหวาน เมื่อโคกินเข้าไปจะเกิดการหมักของจุลินทรีย์ทำให้เกิดแอลกอฮอล์ และกรดในระบบทางเดินอาหาร จนกัดกระเพาะได้ ซึ่งไม่มียารักษา แต่ป้องกันได้โดยไม่ให้โคกินข้าวนึ่งหรือให้กินในปริมาณน้อย2. ปุ๋ยยูเรีย</li>
<li><strong> ปุ๋ยยูเรีย</strong><br />
ที่ใช้สำหรับอาหารโคนิยมใช้สำหรับผสมกับอาหารหยาบ เพื่อช่วยในการหมัก และเป็นแหล่งเสริมโปรตีน ซึ่งต้องผสมในอัตราที่พอเหมาะ</li>
<li><strong>มันสำปะหลัง</strong><br />
มันสำปะหลังสด ทั้งใบสด และหัวสด มีสารพิษไซยาไนด์ ถ้าโคกินมากจะทำให้โคป่วยตายได้ รวมถึงเกิดแก๊สในกระเพาะมากทำให้โคท้องโตจากแก๊สได้ แต่สามารถลดพิษได้โดยการนำใบหรือหัวที่ผ่าแล้วมาตากแดดแดดให้แห้งก่อน</li>
<li><strong>ถุงพลาสติกหรือผ้า</strong><br />
โคมีพฤติกรรมที่ชอบเลีย และกินถุงพลาสติกหรือเสื้อผ้า เพราะมีรสจากการปนเปื้อนของอาหาร  สิ่งเหล่านี้ เมื่อโคกินเข้าไปจะย่อยไม่ได้ และเกิดอุดตันในระบบทางเดินอาหาร ทำให้โคจะกินอาหารน้อยลง และสูบผอม ซึ่งไม่มียารักษา ป้องกันได้โดยหมั่นเก็บถุงพลาสติก เศษผ้า หรือวัสดุต่างๆออกจากบริเวณเลี้ยงให้หมด</li>
</ol>
<h4>เทคนิคการขุนโค</h4>
<p><strong>ระยะแรก</strong><br />
เป็นช่วงเริ่มขุนให้ใช้อาหารข้นตามสูตรที่กล่าวมาแล้ว วันละ 2 ครั้ง</p>
<p><strong>ระยะที่สอง</strong><br />
เป็นช่วงก่อนเดือนสุดท้ายของการขุน 1 เดือนให้เพิ่มการให้อาหารข้นเป็น วันละ 3 ครั้ง แต่ละครั้งให้น้อยกว่าระยะแรกตัวละครึ่งกิโลกรัม</p>
<p><strong>ระยะสุดท้าย</strong><br />
คือเดือนสุดท้ายของการขุนให้เปลี่ยนแปลงสูตรโดยการเพิ่มปริมาณมันเส้นเพื่อให้โคอ้วนเร็วขึ้นดังนี้<br />
สัปดาห์ที่ 1 : เพิ่มมันเส้น 2.5 กิโลกรัม จากอาหารข้น 100 กิโลกรัม<br />
สัปดาห์ที่ 2 : เพิ่มมันเส้น 5.0 กิโลกรัม จากอาหารข้น 100 กิโลกรัม<br />
สัปดาห์ที่ 3 : เพิ่มมันเส้น 7.5 กิโลกรัม จากอาหารข้น 100 กิโลกรัม<br />
สัปดาห์ที่ 4 : เพิ่มมันเส้น 10 กิโลกรัม จากอาหารข้น 100 กิโลกรัม</p>
<p><strong>ในเดือนสุดท้าย</strong> ให้อาหารวันละ 3 ครั้ง เช่นเดียวกับระยะที่สองคือให้น้อยกว่าปกติครึ่งกิโลกรัมเป็นการเร่งให้โคขุนมีความสม่ำเสมอในการกระจายไขมันพอกตัว ทำให้เนื้อที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ เมื่อตัดแต่งขายจะได้ราคาดีมากกว่าโคขุนที่มีการกระจายไขมันที่ไม่สม่ำเสมอ</p>
<p><strong>ลักษณะโคเมื่อพร้อมส่งตลาด</strong><br />
การเจริญเติบโตจากเริ่มขุนกระทั่งส่งตลาด มี 3 ระยะดังนี้</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-45 td-animation-stack-type0-2" src="http://pasusat.com/wp-content/uploads/2015/01/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%82%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2.gif" alt="โคขุนส่งขาย" width="425" height="346" /></p>
<p><strong>ระยะที่ 1</strong><br />
เป็นการเพิ่มการเจริญเติบโตของกระดูก ทำให้มีโครงร่างใหญ่พร้อมรับเนื้อ และมันที่จะสะสมในการขุนระยะต่อไป โครงร่างที่ใหญ่จะใช้เวลาในการสะสมเนื้อและไขมันนานกว่าโคที่มีโครงร่างเล็กกว่า</p>
<p><strong>ระยะที่ 2</strong><br />
เป็นการสะสมกล้ามเนื้อทั่วร่างกายที่สำคัญ คือ สันในสันนอก หัวไหล่ สะโพก หากพบว่าโคตัวใดขุนมาถึงระยะนี้คือประมาณ 3 เดือน แล้วโคยังมีลักษณะไม่เหมาะสมควรตัดออกขายเป็นโคมัน ไม่ควรเก็บไว้ขุนต่อเพราะจะไม่มีกำไรลักษณะไม่เหมาะสมดังกล่าว มี 2 ประการคือ<br />
– ผอม แสดงว่าโคพันธุ์ไม่ดี เลี้ยงไม่โต อาจเนื่องมาจากเป็นโคที่มีโครงร่างใหญ่เกินไปหรือไม่ก็โคลักษณะไม่ดี<br />
– อ้วนกลม แสดงว่าโคมีโครงร่างเล็กเกินไป เลี้ยงเพียง 4 เดือนก็กลมเสียแล้วทำให้น้ำหนักส่งตลาดต่ำเกินไป ได้ราคาไม่ดีเท่ากับโคโครงร่างใหญ่</p>
<p><strong>ระยะที่ 3</strong><br />
เป็นการสะสมไขมันได้แก่ ไขมันหุ้มตัว และไขมันแทรกกล้ามเนื้อที่พร้อมส่งตลาดจะมีความกลมจนเห็นได้ชัด โดยเฉพาะบริเวณสะโพกและโคนหาง จะปรากฏมีก้อนไขมัน 2 ก้อนอยู่ข้างโคนหาง สวาปไม่บุ๋ม เนื้อแน่น หาดปล่อยเกินระยะนี้ไป โคจะกินแต่อาหารแต่จะไม่โต และเนื้อจะยุบไม่เต่งตึง ควรรีบจับขายทันที โคขุนที่ดี ควรมีไขมัน(ไขมันหุ้มสันนอก)ที่วัดจากกลางหลังหนาไม่ต่ำกว่า 1.5 เซนติเมตร</p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="hr-thin"></div>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก <a href="http://pasusat.com/โคขุน">http://pasusat.com/โคขุน</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://taradko.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%82%e0%b8%b8%e0%b8%99/">โคขุน และการเลี้ยงโคขุน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://taradko.com">ตลาดโค.com (www.taradko.com) คือตลาดนัดออนไลน์ ซื้อ – ขาย แลกเปลี่ยน ประมูล โค กระบือ ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
